ร้องทุกข์หนึ่งครั้ง ดีกว่าบ่นพันครั้ง
Don't just complain, file a complaint.

เครือข่ายประชาชนเปิดตัว ‘กองทุนแสงอาทิตย์’ เพื่อความเป็นธรรมด้านพลังงาน

news solar fund

เครือข่ายประชาชน เปิดตัว ‘กองทุนแสงอาทิตย์’ เพื่อความเป็นธรรมด้านพลังงาน ชี้เป้าหมาย คือ การปฏิรูประบบพลังงานของประเทศ เพื่อความเป็นธรรม ทั้งต่อประชาชน สังคมและสิ่งแวดล้อม ส่วนประธานกองทุนฯ เผย โครงการช่วงแรกจะติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้กับโรงพยาบาลของรัฐ 7 แห่ง ผ่านเงินบริจาคของประชาชน

          วันนี้ (29 พฤศจิกายน 2561) เวลา 11.30 - 13.30 น. เครือข่ายผู้บริโภคทั่วประเทศในนามคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน (คอบช.) ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคม ด้านศาสนา ด้านการพัฒนาเด็ก ด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน [1] ประกาศเปิดตัว “กองทุนแสงอาทิตย์ (Thailand Solar Fund)” กองทุนเพื่อความเป็นธรรมด้านพลังงาน ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

          ผู้ร่วมแถลงข่าวประกอบด้วยพระครูวิมล ปัญญาคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม จ.อุบลราชธานี ประธานกองทุนแสงอาทิตย์และผู้ก่อตั้งโรงเรียนศรีแสงธรรมโรงเรียนพลังงานแสงอาทิตย์ นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการ มพบ. นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา นายแพทย์ศักดิ์สิทธิ์ มหารัตนวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลังสวน จ.ชุมพร นายกิติภูมิ จุฑาสมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูสิงห์ จ.ศรีษะเกษ รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผศ.ประสาท มีแต้ม คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านพลังงาน และนางสาวบุญยืน ศิริธรรม นายกสมาคมสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคnews 1

          นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการ มพบ. กล่าวว่า เป้าหมายของกองทุนฯ คือ การปฏิรูประบบพลังงานของประเทศเพื่อความเป็นธรรมทั้งต่อประชาชน สังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยการผลักดันให้เกิดการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา อาคารโรงพยาบาล โรงเรียน อาคารสาธารณะที่ใช้ประโยชน์ร่วมกับชุมชนที่เข้าไม่ถึงระบบไฟฟ้า และที่สำคัญ คือ เพื่อก่อให้เกิดนโยบายและมาตรการสนับสนุนระบบ Net Metering หรือการวัดพลังงานสุทธิ ซึ่งเป็นส่วนที่จะช่วยให้ผู้บริโภคที่ผลิตไฟฟ้าสามารถใช้งานไฟฟ้าได้บางส่วนหรือใช้งานได้ทั้งหมด โดยจะรองรับการผลิตและการใช้ไฟฟ้าของประชาชนnews 2

          ด้านพระครูวิมล ปัญญาคุณ ประธานกองทุนแสงอาทิตย์และผู้ก่อตั้งโรงเรียนศรีแสงธรรม โรงเรียนพลังงานแสงอาทิตย์ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า มีความยินดีอย่างยิ่งที่มพบ. และเครือข่ายประชาชนเชิญให้เป็นประธานกองทุนแสงอาทิตย์ ที่รองรับการระดมเงินบริจาคของประชาชนสู่ “กองทุนแสงอาทิตย์” เพื่อการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้กับโรงเรียนและโรงพยาบาลทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นความร่วมไม้ร่วมมือของประชาชนในการสร้างพลังงานเพื่อมนุษยธรรม เพราะแสงอาทิตย์เป็นพลังงานธรรมชาติและเป็นพลังงานสะอาดที่มนุษย์เราจะนำใช้ได้ไม่มีวันหมด รวมถึงช่วยให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองทางด้านพลังงานได้

          “โครงการช่วงแรกของกองทุนแสงอาทิตย์ จะติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้กับโรงพยาบาลของรัฐ 7 แห่ง ด้วยเงินที่จะขอรับบริจาคจากประชาชนทั้งหมด โดยจะติดตั้งแห่งละ 30 กิโลวัตต์ในระบบออนกริดหรือระบบที่ไม่ใช้แบตเตอรี่สำรองแต่ยังเชื่อมต่อระบบกับการไฟฟ้า เพื่อเป็นการเริ่มต้นการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานให้กับโรงพยาบาล” พระครูวิมลกล่าว

          พระครูวิมล กล่าวเพิ่มเติมว่า การติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาด 30 วัตต์ให้กับโรงพยาบาล แม้จะไม่ใช่ขนาดใหญ่โตแต่ก็สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าให้กับโรงพยาบาลได้ถึงปีละ 2 แสนกว่าบาท ดังที่เคยได้ทำนำร่องให้กับโรงพยาบาล 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ์ ซึ่งใช้งบประมาณ 720,000 บาท ทางโรงพยาบาลออกค่าใช้จ่าย 300,000 บาท และที่เหลือได้จากการร่วมบริจาค อีกทั้งไม่เกินครึ่งปีทางโรงพยาบาลก็ได้เงิน 300,000 บาทที่ลงทุนติดตั้งคืน นอกจากนี้หากเราสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้โรงพยาบาลทั่วประเทศได้ประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ จะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้เดือนละ 600 ล้านบาท หรือปีละ 7,200 ล้านบาท ตลอดอายุการใช้งานของโซล่าร์เซลล์ 25 ปี จะประหยัดค่าไฟรวมกันได้ 180,000 ล้านบาทnews 3

          ขณะที่นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา [2] กล่าวว่า การผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองให้ได้ส่วนหนึ่งเป็น “The Must” หรือ “ต้องทำ” เพราะเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบต่อสังคม ช่วยเพิ่มการพึ่งพาพลังงานหมุนเวียน ช่วยลดโลกร้อน ช่วยลดการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ซึ่งย่อมมีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม รัฐบาลควรพิจารณาสนับสนุนการดำเนินการให้ทุกโรงพยาบาลและ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวมทั้งอาคารสำนักงานของทางราชการ ท้องถิ่น และบ้านเรือนประชาชน มีการติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาให้ครบทุกแห่ง และมีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เช่นหลอดไฟและแอร์เก่า ซึ่งจะเป็นรูปธรรมการพัฒนาที่สอดคล้องกับการลดโลกร้อนด้วย ทั้งนี้ค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้ สำหรับโรงพยาบาลจะนำไปใช้จ่ายเพื่อดูแลผู้ป่วยต่อไป สำหรับองค์กรอื่นจะได้มีงบประมาณในการทำประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้น เป็นประโยชน์สองต่ออย่างชัดเจนnews 4

          ส่วนนายแพทย์ศักดิ์สิทธิ์ มหารัตนวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลังสวน จ.ชุมพร [3] ซึ่งเป็นหนึ่งโรงพยาบาลของรัฐที่เข้าร่วมโครงการช่วงแรก กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลมีศักยภาพในการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีอาคารบริการของโรงพยาบาลที่มีความเหมาะสมในการติดตั้งและลงทุน อีกทั้งยังมีบุคลากร เช่น ช่างซ่อมบำรุงที่จะสามารถเข้าร่วมอบรมเพื่อพัฒนาทักษะในการร่วมติดตั้งและดูแลรักษาอีกประมาณ 8 คน ซึ่งทางโรงพยาบาลมีนโยบายและคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลมีความมุ่งมั่นในการประหยัดพลังงานและการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานอยู่แล้ว

          “การระดมทุนเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้กับโรงพยาบาล เชื่อว่าจะช่วยลดภาระค่าไฟให้กับโรงพยาบาลได้ส่วนหนึ่ง หากมีมาตรการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพร่วมด้วยจะช่วยให้ลดภาระค่าไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเลยทีเดียว” นายแพทย์ศักดิ์สิทธิ์กล่าวnews 5

          ด้านนายแพทย์กิติภูมิ จุฑาสมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ [4] ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโรงพยาบาลของรัฐที่เข้าร่วมโครงการช่วงแรก กล่าวว่า โรงพยาบาลให้ความสนใจในเรื่องการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการสร้างค่านิยมและจิตสำนึกด้วยการจัดกิจกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานง่ายๆ ที่ทำได้จริงและเห็นผลชัดเจน สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานและกระตุ้นให้บุคลากรขององค์กร ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้พลังงานและมีส่วนร่วมช่วยอนุรักษ์พลังงานของหน่วยงานมากขึ้น การที่ประชาชนจะร่วมบริจาคให้ความช่วยเหลือติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้กับโรงพยาบาล เชื่อว่านอกจากจะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าแล้วยังส่งผลให้บุคลากรของโรงพยาบาลและประชาชนที่เข้ามาใช้บริการเกิดความตื่นตัวและเห็นคุณค่าของการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์มากขึ้น

กองทุนแสงอาทิตย์จะเปิดรับบริจาคเงินจากประชาชนทั่วประเทศ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) สาขาเซ็นเตอร์วัน ช้อปปิ้งพลาซ่า

ชื่อบัญชี “กองทุนแสงอาทิตย์ โดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค”

เลขที่บัญชี 429-017697-4

โดยมีช่องทางการรับบริจาคและรับหลักฐานการบริจาค เงินทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.thailandsolarfund.org

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ทั้งนี้การบริจาคเงิน สามารถใช้ในการลดหย่อนภาษีประจำปีได้ ด้วยมูลนิธิฯ เป็นองค์กรสาธารณะประโยชน์ลำดับที่ 576 ตามประกาศกระทรวงการคลัง [2]

หมายเหตุ :

[1] เครือข่ายกองทุนแสงอาทิตย์ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน(คอบช) ,สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ), เครือข่ายองค์กรผู้บริโภค, สมาคมประชาสังคมชุมพร ,มูลนิธิป่า-ทะเลเพื่อชีวิต, บริษัทศูนย์บ่มเพาะวิศวกร จำกัด ,Solarder, โรงเรียนศรีแสงธรรม, มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก(มพด), เครือข่ายสลัม4ภาค, มูลนิธิภาคใต้สีเขียว, เครือข่ายลันตาโกกรีน Lanta Goes Green,  มูลนิธิสุขภาพไทยและ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

[2] โรงพยาบาลจะนะใช้ 3 มาตรการในการลดค่าไฟฟ้า คือ (1) ติดแผงโซลาร์ 20 กิโลวัตต์ แบบ on grid ไม่ใช้แบตเตอรีเก็บไฟ ระบบไฟยังเชื่อมต่อกับสายส่งของการไฟฟ้า ดังนั้นพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จะน้อยกว่าพลังงานไฟฟ้าที่โรงพยาบาลใช้ เพื่อลดพีคการใช้ไฟในเวลากลางวันลง ด้วยเงินบำรุงเงินที่โรงพยาบาลเก็บหอมรอมริบเอง ประมาณ 800,000 บาท โดยเริ่มผลิตไฟได้ตั้งแต่ 22 ตุลาคม 2560 จากการประมาณการคาดว่าจะสามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้เดือนละ 12,000 บาท หรือปีละ 150,000 บาท แม้จะไม่มากเมื่อเทียบกับค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายเดือนละ 250,000 บาท แต่ก็ใช้เวลาเพียง 5 - 6 ปีก็คืนทุนแล้ว อายุแผ่นโซลาร์ 25 ปี นั่นแปลว่าจะได้ใช้ไฟฟรีอีก 19-20 ปี (2) เข้าโครงการของกระทรวงพลังงานในการเปลี่ยนหลอด LED ทั้งโรงพยาบาล และเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศเป็นระบบ invertor ไปถึง 66 ตัว จากที่โรงพยาบาลจะนะมีแอร์ทั้งหมด 110 ตัว  โดยได้รับเงินสนับสนุนจากกระทรวงพลังงาน 2.5 ล้านบาท และโรงพยาบาลต้องสมทบเงินบำรุง 30% หรือราว 1 ล้านบาท และ (3) การปรับระบบการทำงานของโรงพยาบาล โดยเฉพาะส่วนของซักฟอกและระบบการนึ่งฆ่าเชื้ออุปกรณ์ โดยจัดให้มีการเหลื่อมเวลาการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมๆกัน ซึ่งได้ผลลัพธ์ดีกว่าที่คาดหมายมาก

[3] โรงพยาบาลหลังสวน เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ขนาด 120 เตียง รับผิดชอบประชากรอำเภอหลังสวนและอำเภอใกล้เคียงในจังหวัดชุมพรไม่น้อยกว่า 150,000 คน และรับส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลชุมชนในโซนใต้ของจังหวัดชุมพร ประกอบด้วยโรงพยาบาลละแม, โรงพยาบาลพะโต๊ะ, โรงพยาบาลทุ่งตะโก และโรงพยาบาลปากน้ำหลังสวน ด้วยขีดจำกัดทางด้านงบประมาณและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทางโรงพยาบาลหลังสวนจึงจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายที่สามารถทำได้ อย่างเช่น การประหยัดพลังงานและการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน เนื่องจากปัจจุบันภาระค่าไฟฟ้าของโรงพยาบาลเฉลี่ยเดือนละราว 5 แสนบาท

[4] โรงพยาบาลภูสิงห์ เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง อยู่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นพื้นที่ติดชายแดนอยู่ห่างจากตัวจังหวัดศรีสะเกษ 85 กิโลเมตร มีแพทย์จำนวน 5 คน ดูแลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจำนวน 9 แห่ง และหน่วยโรงพยาบาล 1 แห่ง รองรับการให้บริการประชาชนในพื้นที่อำเภอภูสิงห์กว่า 53280 คน และรวมถึงประชาชนจากประเทศกัมพูชาด้วย ปัจจุบันพบว่าโรงพยาบาลมีการใช้พลังงานสูงและมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นอีกในอนาคต ทำให้ค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าสูงขึ้นเนื่องจากโรงพยาบาลมีการขยายเพิ่มของอาคารและการพัฒนาส่วนต่างๆ ที่ต้องใช้พลังงาน ในปี 2560 โรงพยาบาลมีภาระค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเดือนละ 150,000 บาทหรือ 1.8 ล้านบาทต่อปี แต่ในปี 2561 โรงพยาบาลมีภาระค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ยเดือนละ 160,000 บาทหรือ 1.9 ล้านบาทต่อปี

[5] เป้าหมายแรก คือ การติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับโรงพยาบาลภาครัฐที่เข้าร่วมโครงการเฟสแรก 7 แห่ง คือ ภาคเหนือ 1 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลท่าสองยาง จ.ตาก ภาคอีสาน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ โรงพยาบาลศรีอุดม จ.อุบลราชธานี และโรงพยาบาลชุมแพ จังหวัดขอนแก่น  ภาคกลาง 1 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลแก่งคอย จ.สระบุรี ภาคตะวันตก 1 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และ ภาคใต้ 1 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลหลังสวน จ.ชุมพร โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้อย่างเร็วที่สุดประมาณกลางเดือนมกราคม 2562 โดยกำหนดค่าติดตั้งและอุปกรณ์ที่จะขอรับบริจาคจากประชาชนไม่เกินวัตต์ละ 35 บาท ภายใต้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน ทำให้ต้องใช้งบดำเนินการประมาณ 1.1 ล้านบาทต่อโรงพยาบาล รวม 7 โรงพยาบาลจะเป็นเงินที่ขอรับบริจาคทั้งสิ้น 7.7 ล้านบาท เมื่อได้รับบริจาคครบ 7.7 ล้านบาทแล้วกองทุนแสงอาทิตย์จะปิดรับบริจาคทันทีในเฟสที่ 1 ทั้งนี้เมื่อได้เงินบริจาค 1.1  ล้านบาทแรกก่อน กองทุนแสงอาทิตย์จะทยอย ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาของโรงพยาบาลแห่งแรกทันที และจะดำเนินต่อไปไปทีละแห่งจนครบทั้ง 7 แห่งโดยเร็วที่สุดตามเงินบริจาคที่ได้รับมา สำหรับช่างที่จะมาดำเนินการจะใช้วิธีการประกวดราคาแข่งขันภายใต้งบประมาณ และอุปกรณ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลง จึงขอเชิญชวนช่างหรือผู้ประกอบธุรกิจด้านโซลาร์เซลล์ที่ต้องการสนับสนุนและเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้เสนอชื่อและเอกสารการเสนอราคามายังมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2561

ติดต่อ - ประสานงาน : อิฐบูรณ์ อ้นวงษา

โทรศัพท์ 095-534-2575

อีเมล : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

www.thailandsolarfund.org

ร่วมติดตาม Facebook LIVE ‘เปิดตัวกองทุนแสงอาทิตย์ (Thailand Solar Fund) เพื่อพลังงานที่เป็นธรรม’ ได้ที่เฟซบุ๊กเพจ กองทุนแสงอาทิตย์

 

พิมพ์ อีเมล

บทความใกล้เคียงกัน

Website Security Test