
สืบเนื่องจากการที่ นายขวัญแก้ว วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง นายแพทย์สงคราม ทรัพย์เจริญ แพทย์หลวง อาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประชาชนที่อยู่อาศัยในซอยร่วมฤดีรวมทั้งสิ้น 24 ราย ได้มอบอำนาจให้นายเฉลิมพงษ์ กลับดี หัวหน้าศูนย์ทนายความอาสาเพื่อผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคยื่นฟ้องผู้อำนวยการเขตปทุมวัน และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต่อศาลปกครองกลาง ฐานออกเอกสารรับรองความกว้างของถนนซอยร่วมฤดีเกินกว่าความเป็นจริง และปล่อยให้มีการก่อสร้างอาคารสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด ทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของชุมชนที่พักอาศัยในซอยร่วมฤดี และกระทบต่อสาธารณะประโยชน์ของประชาชนทุกครัวเรือนที่ต้องเสี่ยงภยันตรายทั้งด้านอัคคีภัย และการจราจรที่แออัดจนทำให้ประชาชนเกิดความไม่ปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สิน นับเป็นการละเลยต่อหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า และไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2551 ที่ผ่านมา
นายเฉลิมพงษ์ กล่าวว่า การที่สำนักงานเขตปทุมวันออกหนังสือรับรองความกว้างของซอยร่วมฤดีเกินกว่าความเป็นจริงให้ผู้ก่อสร้างนำไปแจ้งการก่อสร้างต่อสำนักการโยธาของกรุงเทพมหานครตามมาตรา 39 ทวิคือ ก่อสร้างได้ไม่ต้องรอใบอนุญาตก่อสร้างถ้ามีใบรับรองความกว้างเขตทางว่ากว้างตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย เป็นเหตุให้บริษัททำการก่อสร้างโรงแรมสูง 24 ชั้น และก่อสร้างอาคารชุดสูง 18 ชั้นได้ สำนักการโยธากรุงเทพมหานครก็ได้ทักท้วงการก่อสร้างเนื่องจากผิดกฎหมายที่ห้ามสร้างอาคารสูงเกิน 23 เมตรหรือมีเนื้อที่ใช้สอยเกิน 10,000 ตารางเมตรเนื่องจากซอยกว้างไม่ถึง 10 เมตรยาวต่อเนื่องกัน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าซอยร่วมฤดีมีความกว้าง 10 เมตรยาวต่อเนื่องกันหรือไม่ ตนจึงได้ร้องขอศาลปกครองกลางให้มีการพิสูจน์ และศาลจึงได้มีคำสั่งให้คณะผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีและเจ้าพนักงานของกรมที่ดินผู้ได้ทำการรังวัดมาชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานที่ซอยร่วมฤดีบริเวณก่อสร้างในวันนี้
“การใช้ช่องกฎหมายแจ้งการก่อสร้างแก่สำนักการโยธาโดยมีใบรับรองของสำนักงานเขตปทุมวันรับรองความกว้างของซอยร่วมฤดีที่เกินความจริงและขัดกับหลักฐานของทะเบียนที่สาธารณะที่เก็บไว้ที่กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตปทุมวันได้อ้างว่าต้องทำการรังวัดที่ดินตลอดซอยเพื่อหาข้อเท็จจริงมาเป็นเวลา 3 ปีเศษ รังวัดไม่เสร็จซอยนี้ยาวประมาณ 1,200 เมตรรังวัดซอยได้ยาวเพียงประมาณ 600 เมตร ผลการรังวัดปรากฏว่าความกว้างซอยร่วมฤดีส่วนใหญ่กว้างไม่ถึง 10 เมตรแต่ก็ เปิดโอกาสให้บริษัททำการก่อสร้างมา 3 ปี โดยไม่ต้องรับใบอนุญาต โดยผู้อำนวยการเขตปทุมวันอ้างว่าเป็นผู้ดูแลที่สาธารณะตามกฎหมายจึงมีอำนาจออกหลักฐานทางราชการเอง เป็นที่ทราบกันในหมู่ชาวบ้านซอยร่วมฤดีว่าซอยร่วมฤดีไม่เคยกว้างถึง 10 เมตรตลอดแนวตั้งแต่มีซอยร่วมฤดีเป็นถนนสาธารณะ ซึ่งตรงกับหลักฐานที่เก็บรักษาไว้ที่กรุงเทพมหานคร” นายเฉลิมพงษ์ กล่าว
ที่ผ่านมาประชาชนผู้ที่อาศัยอยู่ในซอยร่วมฤดีและเป็นเจ้าของที่ดินติดกับซอยร่วมฤดีต่างออกมาร้องเรียนผู้อำนวยการเขตปทุมวันและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตั้งแต่ต้นปีพ.ศ.2549 และร้องเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ปีพ.ศ.2550 สำนักงานเขตปทุมวันก็ไม่ดำเนินการ การทักท้วงการก่อสร้าง เนื่องจากผู้อำนวยการเขตปทุมวันได้ออกใบรับรองความกว้างของซอย 10 เมตรให้กับผู้ก่อสร้างจึงไม่ยอมเปลี่ยนแปลงหนังสือรับรองดังกล่าวและเปิดโอกาสให้มีการก่อสร้างอาคารสูงได้ต่อเนื่อง เหตุการณ์แบบนี้อาจจะคล้ายกับอาคารซานติก้าผับที่ไฟไหม้ ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการเขตวัฒนาผู้นี้ย้ายมาเป็นผู้อำนวยการเขตปทุมวันและกำลังถูกพิจารณาลงโทษ
ศาสตราจารย์ ไขแสง ศุขะวัฒนะ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จุฬาฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าของที่ดินและอยู่ในซอยนี้มานาน 78 ปี กล่าวว่า ตนเป็นเจ้าของที่ดินติดกับซอยร่วมฤดีอยู่ตรงกันข้ามกับอาคารชุด แอนธินี่ เรสซิเด้นท์ รั้วบ้านบ้านเดิมก็ตรงกับแนวหลักเขต เป็นไปไม่ได้ที่กำแพงรั้วของตน และของผู้อื่นที่อยู่ในแนวเดียวกันจะรุกล้ำที่สาธารณะตามที่สำนักงานเขตปทุมวันอ้างต่อศาล
“แปลกใจมากที่ได้เห็นแผนที่รังวัดโดยสำนักงานเขตปทุมวันชี้ให้กรมที่ดินทำแผนที่รังวัดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2550 กำหนดตำแหน่งตะปูแสดงเขตทางซอยร่วมฤดีในแผนที่ซึ่งล้ำเข้ามาในที่ดินของตนลึกเข้ามา 40 กว่าเมตรโดยไม่ได้ทราบเรื่องมาก่อน และศาสตราจารย์ไขแสงฯ ยังกล่าวว่ากำแพงรั้วที่บ้านก็เป็นแนวเส้นตรงต่อเนื่องจากรั้วข้างเคียงติดต่อกันยาวประมาณ 600 เมตรจากปากซอยร่วมฤดีด้านถนนเพลินจิต จนถึงกำแพงรั้วของที่ก่อสร้าง และยังมีเสาไฟฟ้าเดิมปักอยู่ห่างรั้วห่างจากขอบทางตามระยะตามที่ระบุไว้ในทะเบียนตลอดแนวตั้งแต่ปากซอย ” ศาสตราจารย์ ไขแสง กล่าว
ที่ผ่านมาสำนักงานเขตปทุมวันได้ทำการรังวัดซอยร่วมฤดีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2550 และวันที่ 9 พฤศจิกายน 2550 โดยกำหนดให้เจ้าพนักงานที่ดินทำแผนที่แสดงแนวเขตทางซอยร่วมฤดีกว้าง 10 เมตร จากถนนเพลินจิตถึงบริเวณก่อสร้างอาคารสูง 24 ชั้นและ 18 ชั้น เพื่อเอาแผนที่นี้แสดงต่อสาธารณะชนว่าซอยร่วมฤดีกว้าง 10 เมตร ทั้งที่กรมที่ดินก็ได้ปฏิเสธการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงให้แก่ซอยร่วมฤดี ด้วยเหตุนี้การแสดงหลักฐานของโฉนดที่ดินของเอกชนที่อยู่ติดกับซอยและการวัดความกว้างของซอยร่วมฤดีประกอบคำชี้แจงต่อศาลในวันเผชิญสืบในวันนี้ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ศาลจะนำข้อมูลหลักฐานไปพิจารณาว่าผู้อำนวยการเขตปทุมวันและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครละเลยต่อหน้าที่หรือไม่
รายงานการพิจารณา ของศาลปกครองกลาง
ตลก.ศาลวัดความกว้างซ.ร่วมฤดีก่อนสั่งระงับ
{mxc}