กลุ่มปตท.อวดไตรมาส 2 กำไรแจ่ม

กลุ่มปตท.อวดไตรมาส 2 กำไรแจ่ม ได้สต๊อก 7,000 ล้านบาท ราคาน้ำมันขึ้นมาช่วย ส่วน PTTAR สเปรดเบนซีนพลิกเป็นบวก

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

ราคาน้ำมันที่เหมาะสม

เวลาเราพูดถึงราคาน้ำมันที่เหมาะสม จะมีคำถามถามมาตลอดว่าเหมาะสมกับอะไร และเหมาะสมกับใคร

เหมาะสมกับอะไร หมายถึง เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจอย่างไร ซึ่งแตกต่างกันไปตามนโยบายเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ และตามสภาพของทรัพยากรธรรมชาติทางด้านพลังงานของประเทศนั้นๆ หรือสังคมนั้นๆ

สำหรับประเทศที่ร่ำรวยทรัพยากรพลังงาน อย่างเช่นประเทศผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่อย่างเช่นประเทศในกลุ่มโอเปกหรือนอกโอเปก ก็ตั้งราคาพลังงานให้เหมาะสมกับความร่ำรวยด้านพลังงานของตน เพื่อให้ประชาชนพอใจ ได้ใช้พลังงานในราคาถูกๆ อย่างเช่น เวเนซุเอลาตั้งราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินในประเทศถูกที่สุดในโลก ในราคาเพียง 1 บาทต่อลิตรเป็นต้น

ส่วนคำถามที่ว่าเหมาะกับใคร ก็หมายความว่าราคาน้ำมันที่เหมาะสมกับผู้ผลิตและผู้บริโภคย่อมต่างกัน ผู้ผลิตต้องการราคาน้ำมันสูงๆ เพราะเป็นรายได้ของตน ยิ่งสูงก็ยิ่งมีรายได้มากขึ้น ส่วนผู้บริโภคต้องการราคาน้ำมันต่ำๆ เพื่อลดรายจ่ายของตน นอกจากนั้นราคาน้ำมันยังมีผลต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ เพราะน้ำมันคือต้นทุนตัวหนึ่งในการผลิตและขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นประเทศที่กำลังพัฒนาหรือประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) จึงพยายามกดราคาน้ำมันให้ต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อบรรเทาภาระของประชาชนและเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวมากๆ

ดังนั้นราคาน้ำมันที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมาโดยตลอด ซึ่งปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลงอย่างถล่มทลายมาอยู่ที่ 40-50 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ชาติตะวันตกซึ่งเป็นผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่บอกว่าเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานในขณะนี้แล้ว โดยให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะถดถอย ความต้องการน้ำมันมีแต่จะลดลง

แต่ประเทศผู้ผลิตก็โต้แย้งว่า ราคาที่ 40-50 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลนั้นต่ำเกินไป เพราะไม่คุ้มกับการพัฒนาแหล่งผลิตน้ำมันใหม่ๆ ที่มีต้นทุนการผลิตสูง และจะทำให้โครงการขุดเจาะและสำรวจแหล่งพลังงานใหม่ๆ ต้องสะดุดหยุดลงหรือเลิกล้มโครงการกันไป และในอนาคตเมื่อเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวก็จะเข้าสู่วังวนหรือวัฏจักรเดิมๆ ที่ราคาน้ำมันจะแพงขึ้น เพราะปริมาณน้ำมันที่มีอยู่จะตึงตัว เนื่องจากความต้องการน้ำมันจะเพิ่มมากขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ดังนั้นจึงพอจะวางใจได้ว่าราคาน้ำมันในปีนี้น่าจะไม่สูงกว่า 60 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล และราคาปีหน้าน่าจะอยู่ที่ 70-75 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ถ้าเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวจริงในปี 2010 อย่างที่คาดการณ์กัน

ส่วนราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยก็เช่นกัน เริ่มมีเสียงตำหนิติติงกันออกมาแล้วทั้งจากผู้บริโภคและสื่อว่าราคาสูงเกินไป เพราะผู้ค้าน้ำมันเอาเปรียบ ตั้งค่าการตลาดสูงเกินไป ดังนั้นประเด็นที่ควรหยิบยกขึ้นมาถกเถียงหาข้อสรุปกันโดยเร็วที่สุด คือค่าการตลาดที่เหมาะสมควรจะเป็นเท่าไร 1.50 บาทต่อลิตร หรือ 1.80 บาทต่อลิตร เพราะราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่เหมาะสมก็ขึ้นอยู่กับค่าการตลาดที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน

ในส่วนของบริษัทน้ำมันนั้นผมใคร่ขอเสนอแนะว่า บริษัทน้ำมันควรเปลี่ยนแนวทางในการปรับราคาขายปลีกน้ำมันให้เป็นแบบ "ขึ้นเร็ว ลงเร็ว" เพื่อตอบสนองราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างทันท่วงที ไม่สร้างความสับสนให้กับผู้บริโภค เพราะข่าวสารเดี๋ยวนี้รวดเร็วและมีข้อมูลด้านน้ำมันเสนอกันทุกวัน เวลาราคาตลาดโลกลดลง ผู้บริโภคก็คาดหวังว่าราคาในประเทศต้องลดตามทันที

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2428 21 พ.ค. - 23 พ.ค. 2552

พิมพ์ อีเมล

พลังงานเร่งศึกษาต้นทุนแอลพีจี-เอ็นจีวี

พลังงาน เร่งศึกษาโครงสร้างต้นทุนแอลพีจี-เอ็นจีวี ทั้งระบบ หวังหาข้อสรุปราคาขาย ก่อนนำข้อมูลเสนอรัฐบาล ชี้ขาดปรับราคาหรือไม่

น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงโครงสร้างราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ว่า ขณะนี้ยังไม่มีนโยบายปรับโครงสร้างราคาแอลพีจี เพราะภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย และการชดเชยส่วนต่างนำเข้าแอลพีจี ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงปี 2552 ไม่เป็นภาระมากนัก ส่วนราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ที่ ปตท.ตรึงราคาอยู่ที่ 8.50 บาทต่อลิตร กำลังดูโครงสร้างว่าทำอย่างไรให้ราคาเป็นธรรมทั้งผู้ประกอบการและประชาชน 

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า สนพ.อยู่ระหว่างจ้างที่ปรึกษาศึกษาโครงสร้างต้นทุน  แท้จริงผลิตภัณฑ์ที่มาจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ได้แก่ แอลพีจี และ เอ็นจีวี รวมทั้งศึกษาโครงสร้างราคาที่เหมาะสม  ปัจจุบันภาครัฐยังไม่มีข้อมูลพอที่จะตัดสินใจผลการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งในการวางโครงสร้างราคาเชื้อเพลิงทั้งระบบ 

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า น.พ.วรรณรัตน์ มีนโยบายให้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กลับมาจำหน่ายเบนซิน 95 อีกครั้งหลังหยุดจำหน่ายไปแล้ว เพื่อเป็นกลไกดูแลค่าการตลาดเบนซิน 95 ไม่ให้สูงไปจากปัจจุบัน 6.122-8 บาทต่อลิตร  ที่ผ่านมาได้ส่งสัญญาณให้ผู้ค้าที่ยังขายเบนซิน 95 พิจารณาค่าการตลาด แต่ไม่ได้ผลมากนัก จึงต้องให้ ปตท.และบางจาก ขายเบนซิน 95 อีกครั้ง เพื่อเป็นกลไกทำให้ค่าตลาดลดลง 2-3 บาทต่อลิตร เบื้องต้นจะขอความร่วมมือเปิดจำหน่าย 20 สถานี ในเขตกรุงเทพฯ

นายวิทยา หวังจิตรารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ การตลาดขายปลีก บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ ปตท.จำหน่ายเบนซิน 95 ในสถานีบริการประมาณ 10 แห่ง อยู่ในถนนหลักๆ เช่น  รามอินทรา เพชรเกษม โดยมีหัวจ่ายเบนซิน 95 อยู่แล้ว เพราะ ปตท.ไม่มีแผนขยายขายเบนซิน 95 ให้มากกว่าที่มีอยู่ แต่ต้องการให้เป็นแค่ทางเลือกประชาชน และรักษาระดับค่าการตลาดเท่านั้น  แต่หากต้องการให้ค่าการตลาดเหมาะสม ก็สามารถใช้วิธีเก็บเงินค่าการตลาดจากผู้ค้าเข้ากองทุนน้ำมันฯ ได้


ด้าน ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่  บางจาก กล่าวว่า บางจากไม่มีแผนจำหน่ายเบนซิน 95 แม้ค่าการตลาดจะสูงก็ตาม เพราะต้องการเป็นกลไกหลักส่งเสริมการใช้เอทานอล ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประเทศมากกว่า และต้องยอมรับว่า ปัจจุบันผู้ค้าน้ำมันเริ่มกำหนดทิศทางจำหน่ายน้ำมันในสถานีบริการไม่ถูก เพราะการกำหนดนโยบายไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงหลายเรื่อง

พิมพ์ อีเมล

ใช้บริการรถตู้เถื่อนอาจเกิดปัญหาการคุ้มครอง


ขสมก. 19 พ.ค. - รายงานข่าวจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) แจ้งว่า ปัจจุบันมีรถตู้ผิดกฎหมายวิ่งบริการจำนวนมาก ซึ่งบางคันเก็บค่าโดยสารเกินราคา บางคันไม่วิ่งในเส้นทางที่กำหนด บางคันเกิดอุบัติเหตุไม่มีผู้รับผิดชอบ ทำให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้รับความเดือดร้อน และมีการร้องเรียนเข้ามายัง ขสมก.ตลอดเวลา แต่ ขสมก.ยอมรับว่า ไม่สามารถดำเนินการให้ได้ เนื่องจากเป็นรถผิดกฎหมาย และมิได้เข้าร่วมเดินรถกับ ขสมก.แต่อย่างใด

ดังนั้น ประชาชนที่ใช้บริการรถตู้ ควรสังเกตว่าเป็นรถตู้ที่ถูกกฎหมายหรือไม่ คือ แผ่นป้ายทะเบียนสีเหลือง ตัวหนังสือสีดำ มีโลโก้ ขสมก. ภาษาไทย ติดที่ประตูรถด้านหน้าข้างซ้าย และภาษาอังกฤษ BMTA ติดที่ประตูรถด้านหน้าข้างขวา มีป้ายบอกเส้นทางที่กระจกหน้ารถ ท้ายรถ และตัวถังด้านซ้าย สีคาดรอบตัวรถ รุ่นเก่าสีเหลือง น้ำเงิน รุ่นใหม่ ตัวรถสีขาวคาดม่วงชมพู มีประกันภัยชัดเจน

ส่วนรถตู้ที่ผิดกฎหมายจะมีข้อสังเกต คือ แผ่นป้ายทะเบียนสีขาว ตัวหนังสือสีดำ และอื่น ๆ ไม่มีโลโก้ของ ขสมก. ไม่มีป้ายบอกทางที่ชัดเจน ส่วนมากใช้แผ่นป้ายพลาสติกหรือกระดาษ ไม่มีการคุ้มครองผู้โดยสารกรณีเกิดอุบัติเหตุขึ้น การเก็บค่าโดยสารไม่ได้กำหนดโดยกรมการขนส่งทางบก. -


สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2009-05-19 15:17:14

พิมพ์ อีเมล

ยอดใช้แก๊สโซฮอล์"อี20"พุ่งพรวด บางจาก-ปตท.กอดคอโกยเพลินสวนทางเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจ แย่ แต่ยอดใช้น้ำมันยังพุ่งได้ทั้งเบนซิน/ดีเซล รวมไปถึงน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (E20) ยังเพิ่มขึ้น 10.6% ทั้งที่ยอดขายนิ่งมาตลอด ในขณะที่แก๊สโซฮอล์ตัวอื่นลดลง ด้านบางจากฟุ้งยอดขาย E20 เพิ่มกว่า 20% หลังจบงาน "มอเตอร์โชว์" รถยนต์เพิ่มขึ้น ซ้ำส่วนต่างราคาแก๊สโซฮอล์ 95 (E20) กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 (อี10) จูงใจมากขึ้นที่ 1.50 บาท/ลิตร รวมกับความมั่นใจของผู้ใช้รถ



กรมธุรกิจพลังงานรายงานความต้อง การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ปรากฏภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงปกติในกลุ่มเบนซินและดีเซล ในเดือนมีนาคมเมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา "เพิ่มขึ้น" แบ่งเป็น น้ำมันเบนซิน 91 มีการใช้อยู่ที่ 8.46 ล้านลิตร/วัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 ส่วนน้ำมันเบนซิน 95 อยู่ที่ 0.53 ล้านลิตร หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.7 น้ำมันดีเซลมีการใช้อยู่ที่ 52.61 ล้านลิตร/วัน หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.4 จากเดิมที่มีการใช้อยู่ที่ 51.40 ล้านลิตร/วัน

แต่ ในด้านปริมาณการใช้ในกลุ่มพลังงานทดแทน ในภาพรวมกลับ "ลดลง" ยกเว้นการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (อี20) ที่เพิ่มขึ้นมีการใช้อยู่ที่ 170,000 ลิตร/วัน หรือเพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ ร้อยละ 10.6 ที่มีการใช้เพียง 150,000 ลิตร/วัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ปริมาณการใช้ค่อนข้างคงที่ และในบางช่วงมีปริมาณลดลงด้วยซ้ำ และคาดว่าจากนี้จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องด้วย

นายยอดพจน์ วงศ์รักมิตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานด้านธุรกิจการตลาด บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงยอดจำหน่ายพลังงานทดแทนว่า ในช่วงที่ผ่านมาของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (อี20) เฉพาะบางจากยอดขายเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 และมีส่วนแบ่งทางการตลาดเฉพาะ อี20 นี้อยู่ที่ร้อยละ 48.9 (ปตท.

มี ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดที่ร้อยละ 51.1) เหตุผลที่ยอดจำหน่าย อี20 เพิ่มขึ้นในช่วงนี้ แม้ว่าจะมีการส่งเสริมมาระยะหนึ่ง เนื่องจากว่า 1)หลังงานมอเตอร์โชว์มีการส่งมอบรถยนต์ไปยังลูกค้าเพิ่มขึ้น 2)ส่วนต่างราคาจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (อี20) กับราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 (อี10) จากเดิมที่ต่างกันเพียง 1.20 บาท/ลิตร เพิ่มเป็น 1.50 บาท/ลิตร

และ 3)ความมั่นใจของผู้ใช้รถยนต์ที่มากขึ้นต่อน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (อี20) แนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ (อี20) ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บางจากต้องปรับแผนขยายสถานีบริการน้ำมันที่จำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (อี20) มากขึ้น จากเดิมที่มีเพียง 92 แห่งทั่วประเทศเท่านั้น

" ขณะนี้มีผู้ค้าน้ำมันที่ขาย อี20 เพียงแค่ ปตท.และบางจากเท่านั้น เมื่อประเมินสถานการณ์แบบนี้ สิ่งแรกคือต้องเร่งขยายสถานีบริการมากขึ้นให้เพียงพอกับปริมาณรถยนต์ที่ เพิ่มขึ้นเช่นกัน" นายยอดพจน์กล่าว

สำหรับสถานีบริการน้ำมันที่ จำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ในปัจจุบันจากผู้ค้าน้ำมัน 6 ราย คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), บริษัท เชลล์ แห่งประเทศไทย จำกัด, บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และบริษัท ปตท.ค้าปลีก จำกัด รวม 4,214 แห่ง แต่สำหรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (อี20) มีเพียง ปตท.และบางจากที่จำหน่ายเท่านั้น มีสถานีบริการรวม 197 แห่ง แบ่งเป็นของ ปตท. 105 แห่ง และบางจาก 92 แห่ง

นสพ.ประชาชาติธุรกิจ 12-05-52

พิมพ์ อีเมล

บทความใกล้เคียงกัน