ฉลาดซื้อ เตือนกินชานมไข่มุก ระวังเบาหวาน! กว่าร้อยละ 92 พบน้ำตาลเกินคำแนะนำ WHO

news pic 110762 bubblemilktea

ฉลาดซื้อเผยผลตรวจวิเคราะห์สารกันบูด น้ำตาล และโลหะหนัก ในชานมไข่มุก 25 ยี่ห้อ พบตัวอย่างเม็ดไข่มุกมีสารกันบูด 100% แต่ไม่เกินมาตรฐาน มีเพียง 2 ยี่ห้อ ที่น้ำตาลน้อยกว่าปริมาณที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ บางยี่ห้อสูงถึง 18 ช้อนชา

          วันนี้ (11 กรกฎาคม 2562) ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โดยโครงการเฝ้าระวังสินค้าและบริการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ สุ่มเก็บตัวอย่างชานมไข่มุกในเดือนพฤษภาคม 2562 จำนวน 25 ยี่ห้อ ขนาดแก้วปกติ แบบไม่ใส่น้ำแข็ง ที่มีราคาตั้งแต่แก้วละ 23 - 140 บาท ส่งตรวจวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ ได้แก่ ปริมาณพลังงาน น้ำตาล และไขมัน รวมถึงทดสอบหาโลหะหนักประเภทตะกั่ว และสารกันบูดในเม็ดไข่มุก

จากผลทดสอบพบว่า ยี่ห้อที่มีปริมาณน้ำตาลต่อแก้วน้อยที่สุด ได้แก่ ยี่ห้อ KOI Thé โดยมีปริมาณน้ำตาลเท่ากับ 16 กรัม (4 ช้อนชา) และยี่ห้อที่มีปริมาณน้ำตาลต่อแก้วมากที่สุด ได้แก่ ยี่ห้อ CoCo Fresh Tea & Juice มีปริมาณน้ำตาล 74 กรัม (18.5 ช้อนชา)

ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำปริมาณน้ำตาลที่ได้รับต่อวัน ไม่ควรเกิน 24 กรัม (6 ช้อนชา) และพบว่า มีเพียง 2 ยี่ห้อเท่านั้นที่มีปริมาณน้ำตาลน้อยกว่า 24 กรัม คือ ยี่ห้อ KOI Thé และ ยี่ห้อ TEA 65°

ลำดับ ยี่ห้อชานมไข่มุก ปริมาณต่อแก้ว (กรัม) * คุณค่าทางโภชนาการ
(หน่วย / น้ำหนักหนึ่งแก้ว)
ราคาแก้วละ
(บาท)
ปริมาณน้ำตาล (g.) ปริมาณน้ำตาล (ช้อนชา) ***
(น้ำตาล 4 กรัม
= 1 ช้อนชา)
1 KOI Thé 173 g. 16 4 70.-
2 TEA 65° 306 g. 22 5.50 80.-
3 Brown Café & Eatery 272 g. 29 7.25 65.-
4 Fire Tiger by Seoulcial Club 289 g. 31 7.75 140.-
5 ATM 280 g. 32 8 65.-
6 Mister Donut 255 g. 33 8.25 35.-
7 Nobicha 267 g. 33 8.25 24.-
8 BRIX Desert Bar 277 g. 33 8.25 85.-
9 Mr.Shake 306 g. 36 9 55.-
10 The ALLEY 412 g. 36 9 110.-
11 Chamuku 389 g. 37 9.25 29.-
12 Nuu tea 451 g. 38 9.50 24.-
13 Monkey Shake 393 g. 39 9.75 35.-
14 Nomi Mono 375 g. 43 10.75 75.-
15 Crown Bubble 452 g. 43 10.75 50.-
16 JIN 306 g. 44 11 35.-
17 KAMU 420 g. 44 11 60.-
18 Tea Story 428 g. 46 11.50 60.-
19 DAKASI tea 446 g. 46 11.50 65.-
20 Fuku MATCHA 445 g. 47 11.75 50.-
21 Ochaya 438 g. 50 12.50 35.-
22 Cha…Ma 341 g. 59 14.75 23.-
23 Formosa 450 g. 65 16.25 40.-
24 MOMA’S Bubble Tea Bar 404 g. 68 17 24.-
25 CoCo Fresh Tea & Juice 699 g. 74 18.50 70.-

              
หมายเหตุ:
* ปริมาณน้ำหนักต่อแก้ว (กรัม) ของชานมไข่มุก เป็นขนาดแก้วปกติของแต่ละยี่ห้อ (ไม่รวมน้ำแข็ง)

          ส่วนผลการทดสอบสารกันบูดประเภทกรดเบนโซอิก (Benzoic Acid) และกรดซอร์บิก (Sorbic Acid) ในเม็ดไข่มุก พบว่า ยี่ห้อที่มีปริมาณสารกันบูดน้อยที่สุด ได้แก่ ยี่ห้อ The ALLEY มีปริมาณกรดซอร์บิก เท่ากับ 58.39 มิลลิกรัม/กิโลกรัม และยี่ห้อที่พบปริมาณสารกันบูดรวมมากที่สุด ได้แก่ ยี่ห้อ BRIX Desert Bar พบปริมาณกรดเบนโซอิกและกรดซอร์บิกรวมกัน เท่ากับ 551.09 มิลลิกรัม/กิโลกรัม แต่ไม่เกินมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ตามที่แสดงดังตารางต่อไปนี้

ลำดับ ยี่ห้อชานมไข่มุก สารกันบูด (mg/kg) โลหะหนัก
กรดเบนโซอิก กรดซอร์บิก รวม ตะกั่ว
1 The ALLEY - 58.39 58.39 -
2 Mister Donut 34.44 27.02 61.46 -
3 CoCo Fresh Tea & Juice - 62.55 62.55 -
4 Nuu tea 68.19 52.85 121.04 -
5 ATM 67.51 57.52 125.03 -
6 MOMA’S Bubble Tea Bar 68.64 57.42 126.06 -
7 TEA 65° 63.01 63.56 126.57 -
8 Tea Story 73.52 59.00 132.52 -
9 Brown Café & Eatery 77.69 67.87 145.56 -
10 Fuku MATCHA 88.93 59.52 148.45 -
11 Mr.Shake 82.82 66.11 148.93 -
12 Formosa 86.93 70.18 157.11 -
13 Crown Bubble 120.46 53.17 173.63 -
14 KAMU 104.30 73.33 177.63 -
15 DAKASI tea 122.03 55.81 177.84 -
16 Nobicha 95.10 95.94 191.04 -
17 Cha…Ma 111.73 90.71 202.44 -
18 Nomi Mono 112.86 93.64 206.50 -
19 KOI Thé - 216.95 216.95 -
20 Monkey Shake 122.89 101.37 224.26 -
21 JIN 129.99 104.36 234.35 -
22 Ochaya 160.21 131.55 291.76 -
23 Fire Tiger by Seoulcial Club 152.04 186.71 338.75 -
24 Chamuku 221.07 292.41 513.48 -
25 BRIX Desert Bar 300.60 250.49 551.09 -

สำหรับผลทดสอบโลหะหนักในเม็ดไข่มุกทั้งหมด 25 ยี่ห้อ ทุกตัวอย่างไม่พบการปนเปื้อนของตะกั่ว

       

       นางสาวสารี อ๋องสมหวัง บรรณาธิการบริหาร นิตยสารฉลาดซื้อ กล่าวว่า จากผลการทดสอบต้องการให้ผู้บริโภคได้ทราบว่า ชานมไข่มุกบางยี่ห้อ มีน้ำตาลมากเกือบ 19 ช้อนชา หากลองนึกภาพตามว่าน้ำตาลปริมาณ 19 ช้อนชานั้นมากมายขนาดไหน ก็จะทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการบริโภคได้มากขึ้น และทุกยี่ห้อมีสารกันบูด แต่ไม่มียี่ห้อไหนที่ให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคเลยnews 110762 pic bubblemilktea 1

นางสาวสารี กล่าวอีกว่า ฉลากสัญญาณไฟจราจรจะทำให้ผู้บริโภคทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ได้ทราบถึงปริมาณของพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียมของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้ ตัวอย่างเช่น หากเป็นผู้ที่มีปัญหาสุขภาพและทานโซเดียมมากไม่ได้ เมื่อเห็นสัญญาณไฟจราจรสีแดงตรงโซเดียมก็จะทำให้คนนั้นทราบและลดการทานผลิตภัณฑ์ดังกล่าวน้อยลงได้ จึงอยากฝากข้อเสนอไปถึงผู้ประกอบการให้มีการปรับปรุงหรือลดปริมาณสารอาหารให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ด้วยการปรับฉลากให้เป็นมิตรกับผู้บริโภค ดูแล้วเข้าใจได้ง่าย เพื่อทำให้ผู้บริโภคได้บริโภคผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพมากขึ้นในท้องตลาด อีกทั้งอยากให้มีการปรับลดขนาดปริมาณต่อแก้ว (Serving Size) ลงให้เหมาะสม เพื่อควบคุมไม่ให้ผู้บริโภคได้รับปริมาณพลังงานและน้ำตาลต่อแก้วสูงจนเกินไป เพราะเมื่อผู้บริโภคซื้อชานมไข่มุก ก็อาจบริโภคจนหมดแก้วเพราะความเสียดาย ทำให้พลังงานและน้ำตาลที่ได้รับในหนึ่งมื้อนั้นมากจนเกินความจำเป็น

          “ในชานมไข่มุกนั้นมีสารกันบูด จึงขอให้ผู้ประกอบการระบุในฉลากให้ถูกต้อง ตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาด้วย และ อย. ควรเร่งผลักดันให้เกิดฉลากสัญญาณไฟจราจร เพื่อทำให้เกิดการปรับปรุงคุณภาพอาหารให้เป็นมิตรกับผู้บริโภคเพิ่มขึ้น และหวังว่าการให้ข้อมูลเรื่องชานมไข่มุกจะมีประโยชน์กับการตัดสินใจของผู้บริโภค” นางสาวสารีกล่าวnews 110762 pic bubblemilktea 2

ส่วนนายพชร แกล้วกล้า นักวิชาการด้านอาหาร มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ต้นแบบฉลากสัญญาณไฟจราจร หรือ ฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ (Guidline Daily Amounts : GDA) หรือฉลากหวานมันเค็มมีที่มาจากประเทศอังกฤษ ได้เกือบ 20 ปีแล้ว โดยในอังกฤษเป็นการเริ่มทำแบบที่เรียกว่าฉลากสมัครใจ ต่อมาจึงเป็นฉลากแบบบังคับ จนถึงตอนนี้ซุปเปอร์มาร์เก็ตในทุกห้างทั่วประเทศอังกฤษมีการบังคับให้มีการติดฉลากแบบนี้ทั้งหมดแล้ว ฉลากดังกล่าวเป็นการแสดงปริมาณสารอาหาร 4 ช่อง แบ่งเป็น พลังงาน(กิโลแคลอรี) น้ำตาล(กรัม) ไขมัน(กรัม) และโซเดียม(มิลลิกรัม) ต่อหนึ่งหน่วยบรรจุภัณฑ์ (ถุง ซอง กล่อง) โดยจะแสดงฉลากด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นได้ชัดเจนและอ่านได้ง่ายขึ้น เพื่อให้เห็นว่าหากทานหมดถุงแล้วจะเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามจะเห็นว่าฉลากบนนี้ไม่ได้บอกให้ทราบว่าควรกินมากน้อยแค่ไหน เพียงแต่บอกปริมาณที่ทานว่ามีปริมาณเท่าไรเท่านั้น ตัวอย่างเช่น บอกว่าพลังงาน 900 กิโลแคลอรี น้ำตาล 30 กรัม ไขมัน 50 กรัม และโซเดียม 1,000 มิลลิกรัม คำถาม คือ ตัวเลขเหล่านี้เยอะหรือน้อย ซึ่งแต่ละคนให้ค่าตัวเลขเหล่านี้ไม่เท่ากัน เช่น 1,000 สำหรับบางคนอาจจะเยอะมากหรือสำหรับบางคนอาจจะเล็กน้อยก็ได้ ดังนั้น หากนำปริมาณสารอาหารเหล่านี้มาใส่เกณฑ์อาจจะเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายยิ่งขึ้นกว่าหรือไม่ กล่าวคือ นำสิ่งที่นักโภชนาการแนะนำว่าควรทานเท่าไรมาทำเกณฑ์สี ได้แก่ สีแดงจะอยู่ในปริมาณที่สูงเกินเกณฑ์ ควรหลีกเลี่ยงในการทานครั้งต่อไป สีเหลืองอยู่ระดับสูงแต่พอดีเกณฑ์ ควรระมัดระวังในการทานครั้งต่อไป หากเลี่ยงได้ก็ควรจะเลี่ยง และสีเขียวอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรับประทานได้แต่ไม่ควรทานเกินสองครั้งต่อหนึ่งวัน มองว่าการทำฉลากสัญญาณไฟจราจรจะทำให้ฉลากสัญญาณไฟจราจรจะทำให้ผู้บริโภคทุกๆ คน ทราบถึงปริมาณของสารอาหารในผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้ และยังทำให้สามารถเลือกทานอาหารที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วยnews 110762 pic bubblemilktea 3

          ด้านทันตแพทย์หญิงมัณฑนา ฉวรรณกุล รองผู้จัดการโครงการฯ เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน กล่าวว่า ด้านปริมาณน้ำตาล องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า ไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกินวันละ 6 ช้อนชา (24 กรัม) โดยผลทดสอบชานมไข่มุก ยี่ห้อที่มีน้ำตาลน้อยสุด คือ 16 กรัม (4 ช้อนชา) และมากสุด คือ 74 กรัม (18.5 ช้อนชา) ซึ่งเกินกว่าปริมาณที่ควรได้รับถึง 3 เท่า และแม้เครื่องดื่มจะมีน้ำตาลน้อยกว่า 24 กรัม แต่ก็พบว่า ในหนึ่งแก้วมีปริมาณน้ำตาลต่อวันไปแล้ว 2 ใน 3 ซึ่งคาดได้ว่า ปริมาณการบริโภคจะเกินข้อแนะนำ

“เครื่องดื่มเหล่านี้เป็นเครื่องดื่มที่ควรงดการดื่ม เพราะเป็นแหล่งอุดมน้ำตาล ซึ่งปริมาณน้ำตาลที่สูงหากได้รับในคราวเดียว จะรบกวนระบบการ Metabolite ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นกลุ่มโรคเรื้อรังไม่ติดต่อ ซึ่งมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต (NCDs) ได้” ทันตแพทย์หญิงมัณฑนากล่าวboba milk tea graphic 08 11กค62 001 ok 01

 

            ทั้งนี้ หากผู้บริโภคสนใจอ่านผลทดสอบสินค้าและบริการอื่น ๆ สามารถสมัครสมาชิกนิตยสารฉลาดซื้อออนไลน์ได้ เพียงปีละ 300 บาท เท่านั้น โดยสามารถสมัครด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ www.chaladsue.com หรือสอบถามฟรีผ่านไลน์แอทได้ที่ @chaladsue.online

อ่านผลทดสอบฉบับเต็มได้ที่ www.chaladsue.com/article/3171

Tags: นิตยสารฉลาดซื้อ, ชานมไข่มุก, ชาไข่มุก, ชานม

พิมพ์ อีเมล

บทความใกล้เคียงกัน