ร้องทุกข์หนึ่งครั้ง ดีกว่าบ่นพันครั้ง
Don't just complain, file a complaint.

ลูกหนี้เฮ สคบ.สั่งแก้ไขสัญญาบัตรเครดิตใหม่

เมื่อวานนี้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยเรื่องที่หารือกันมีการนำเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับธนาคารพาณิชย์ได้ทำสัญญาเอาเปรียบผู้บริโภค โดยขอหักเงินในบัญชีของผู้ฝากเงินเพื่อชำระหนี้ตามสัญญาบัตรเครดิตได้ในทันที

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

กธ.ปลอมไม่มีปัญหาเคลมได้

คปภ.สยบปัญหากรมธรรม์ปลอม! ยันผู้เอาประกันได้รับความคุ้มครองเต็มที่ไม่ว่ากรมธรรม์จะเป็น ของปลอมหรือไม่ บริษัทหมดสิทธิ์เบี้ยว ย้ำถ้าผู้เอาประกันไม่มั่นใจกรมธรรม์ของจริงหรือเก๊ส่งมาที่ คปภ.

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

เจ้าหนี้รุมทึ้งเงินสัมพันธ์ประกันภัย

นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากการเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินในบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย ของผู้ชำระบัญชีพบว่า บริษัทยังมีทรัพย์สินประเภทที่ดินและรถยนต์เหลืออยู่อีก ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

คลังเตือนมิจฉาชีพออกหลอกลวงเงินแบบขายตรงขายสินค้าหาสมาชิก

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพโฆษณาชักชวนประชาชนให้นำเงินมาลงทุนเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และเก็งกำไรจากราคาน้ำมันระหว่างประเทศ ด้วยการชักชวนให้สมัครสมาชิกแอบอ้างการขายสินค้าต่าง ๆ บังหน้า การหลอกลวงประชาชนในลักษณะดังกล่าว ได้แพร่หลายออกไปในจังหวัดต่าง ๆ มากขึ้น จึงขอเตือนว่า พฤติกรรมเหล่านี้เข้าข่ายการระดมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและเข้าข่ายกระทําความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 จึงแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อกลุ่มบุคคล หรือนิติบุคคลดังกล่าว และหากมีข้อสงสัย หรือได้รับความเสียหาย ขอให้สอบถาม ร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแสที่กระทรวงการคลัง

นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจชักชวนประชาชนให้สมัครสมาชิก และร่วมลงทุนซื้อขายสินค้าทางเว็บไซต์ โดยอ้างว่าเป็นบริษัทจากต่างประเทศ และผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนสูง เช่น ลงทุนครั้งแรก 120 เหรียญ หรือ 4,200 บาท และสมาชิกต้องซื้อสินค้าทุกเดือน เดือนละ 50 เหรียญ หากแนะนำคนมาสมัครเป็นสมาชิก และซื้อสินค้าทุกเดือน สมาชิกผู้แนะนำจะได้รับเงินค่าแนะนำสมาชิกในอัตราที่สูง ทั้งยังอ้างว่ามีสมาชิกชาวไทยสามารถทำรายได้สูงถึงเดือนละ 400,000 บาท

ทั้งนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบ ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เบื้องต้น พบว่า มีการดำเนินธุรกิจด้วยการโฆษณาชักชวนประชาชนให้นำเงินมาลงทุนสมัครสมาชิก และแอบอ้างการขายสินค้าบังหน้า โดยไม่ได้มุ่งเน้นการขายสินค้า แต่มีลักษณะเป็นการระดมเงินจากประชาชน และจัดคิวเงินโดยนำเงินของสมาชิกรายใหม่ มาจ่ายหมุนเวียนให้กับสมาชิกรายเก่าต่อกันไปเรื่อย ๆ เมื่อไม่สามารถหาคนมาเป็นสมาชิกเพิ่มหรือหาคนมาร่วมลงทุนเพิ่ม จะไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนจากนั้น จะปิดบริษัทหนีไป ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่ไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ได้รับความเสียหายจากการนำเงินไปลงทุน และสมัครสมาชิกกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว

หากพบพฤติกรรมเหล่านี้ ให้แจ้งที่ กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบ โทร. 0-2273-9021 ต่อ 2627-35 หรือ ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ โทร. 1359 หรือ ตู้ปณ.1359 ปณจ.บางรัก กรุงเทพฯ 10500 หรือ www.mof.go.th/fincrime2004 สํานักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ โทร 02-831-9888 หรือ www.dsi.go.th กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี สํานักงานตํารวจแห่งชาติ โทร. 0-2237-1199 โทรสาร 0-2234-6806 หรือ www.ecotecpolice.com สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โทร.1166 หรือ www.ocpb.go.th สํานักงานสรรพากรพื้นที่จังหวัดในท้องที่เกิดเหตุ และสถานีตํารวจท้องที่เกิดเหตุทุกแห่ง.-

สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2009-05-19 18:39:29

 

พิมพ์ อีเมล

ธปท.ตื่นขู่ลงแส้แบงก์พาณิชย์

นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เท่าที่ติดตามสอบถามข้อมูลกับผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ในเรื่องไม่ปล่อยกู้ แก่ลูกค้าที่กำลังได้รับความลำบากขาดสภาพคล่องในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอ พบว่าทุกธนาคารยืนยันตรงกันว่า การกันสำรอง หรือหลักเกณฑ์การกำกับดูแลของ ธปท.ในปัจจุบันไม่ได้เป็นอุปสรรคในการปล่อยกู้ใดๆเลย แต่ปัญหาสำคัญที่ธนาคารพาณิชย์ ปล่อยกู้ไม่ได้คือ คุณภาพลูกหนี้ และความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจ โดยรวม ซึ่งมากดให้คุณภาพหนี้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ซึ่งธนาคารก็พยายามช่วยดูแลลูกหนี้อยู่แล้ว

ทุกแบงก์บอกเหมือนกันว่าเกณฑ์เราไม่ใช่ปัญหา เพราะก่อนนี้เกณฑ์ที่เคยเป็นอุปสรรคเราก็ผ่อนไปพอสมควร อย่างเรื่องลูกหนี้เอ็นพีแอลกู้ไม่ได้  เราก็แก้ไขให้ดูแยกเป็นรายบัญชี  ซึ่งเดิมให้ดูตามรายชื่อลูกค้า  ซึ่งถ้าเป็นชื่อเดียวกันจะกี่บัญชีก็แล้ว กลายเป็นเอ็นพีแอลถูกจัดชั้นทั้งหมด  ทำให้ลูกค้าเอ็นพีแอล ขอกู้ได้ และยังช่วยให้แบงก์แยกหนี้ได้ ไม่รวมเป็นก้อนเดียว ลดภาระการกันสำรองทั้งก้อน เพียงแต่การจะปล่อยกู้เอ็นพีแอลหรือไม่ แบงก์ต้องพิจารณาตามแผนงานของแต่โครงการ ตามเกณฑ์ปกติ ยืนยันได้ว่าลูกหนี้เอ็นพีแอลก็กู้ได้ แต่ถ้ามีแบงก์ไหนแอบอ้างว่าปล่อยกู้ลูกค้าไม่ได้ เพราะติดเกณฑ์ ธปท.พร้อมจะจัดการลงโทษ ให้ร้องเรียนมาได้

 

ในการพิจารณาปล่อยกู้ธนาคารต้องวิเคราะห์ไปตามโครงการนั้นๆ ซึ่งธนาคารเห็นว่าแผนงานหรือโครงการไม่ดีก็มีสิทธิ์ปฏิเสธได้เช่นกัน แต่เรื่องการตัดวงเงินเบิกเกินบัญชี หรือโอดีแก่ลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ในช่วงที่ผ่านมาคงไม่ใช่การปฏิเสธลูกค้าเพราะหลักเกณฑ์หรือภาระตั้งสำรองของ ธปท. แต่น่าจะมาจากคุณภาพลูกหนี้ ซึ่งถ้าลูกค้าไม่ดีธนาคารคงไม่ปล่อย เพราะโอดีที่ลูกค้ายังไม่ได้เบิกใช้วงเงิน  ธนาคารพาณิชย์ไม่ต้องตั้งสำรองหนี้อยู่แล้ว เพราะยังไม่ได้เป็นเงินให้สินเชื่อ แต่หากลูกค้ามีการเบิกใช้แล้วก็จะกลายเป็นสินเชื่อซึ่งต้องตั้งสำรองทั่วไป 1% เหมือนสินเชื่อปกติ

 

อย่างไรก็ตาม ในการคิดคำนวณอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง หรือบีไอเอส ซึ่งธนาคารพาณิชย์ต้องดำรงไม่ต่ำกว่า 8.5% นั้น จะต้องนำวงเงินโอดีที่ลูกค้ายังไม่ได้เบิกใช้มาคำนวณรวมเป็นสินทรัพย์เสี่ยงด้วย เนื่องจากถือว่ามีสัญญาผูกพันล่วงหน้ากับลูกค้าแล้ว ทำนองเดียวกับวงเงินการค้ำประกันทั่วๆไปตามหลักเกณฑ์ ปกติ ก่อนหน้านี้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งเลือกวิธีการตัดวงเงินโอดีของลูกค้า  เพื่อลดความเสี่ยงในการปล่อยกู้  และดูแลเงินกองทุนไม่ให้ลดลงหรือไม่ให้เป็นภาระเงินกองทุน  เพราะสินทรัพย์เสี่ยงที่สูงขึ้นจากโอดี  หรือกระทั่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยโอดีเพื่อเช็กคุณภาพลูกค้า ถ้ายังสามารถชำระหนี้ได้แม้ดอกเบี้ยสูงขึ้นก็จะยังให้ต่อ แต่ถ้าไม่ได้ก็เป็นการไล่ลูกค้าไปธนาคารอื่นทางอ้อม.


ข้อมูลจาก ไทยรัฐ 16-4-52

พิมพ์ อีเมล

บทความใกล้เคียงกัน

Website Security Test