บอยคอตสินค้าแอบบอต

เขียนโดย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) วันที่ . จำนวนผู้ชม: 7875

 

กลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีและเครือข่ายผู้บริโภค เรียกร้องประชาชนบอยคอตสินค้าของแอบบอต เหตุแอบบอตเพิกถอนการขึ้นทะเบียนยาจำเป็นสำหรับผู้บริโภค ถือเป็นการทำการค้าที่ไม่มีจริยธรรม ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

 

สาเหตุที่เครือข่ายภาคประชาชนต้องดำเนินการรณรงค์ให้ประชาชนไม่ซื้อไม่ใช้ สินค้าของแอบบอตในครั้งนี้ นางสาวสารี อ๋องสมหวัง กรรมการผู้จัดการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกล่าวว่า สืบเนื่องจาก บริษัท แอบบอต แลบอราทอรี่ส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีหนังสือถึงกองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อขอหยุดกระบวนการขึ้นทะเบียนยาใหม่ 7 ตัว ซึ่งประกอบด้วย 1.ยาคาเลตร้า เป็นยาต้านไวรัส ที่ทำรูปแบบใหม่ 2.ยาระงับปวด บรูเฟนที่ทำรูปแบบใหม่ 3.ยาฆ่าเชื้อโรค/ยาปฏิชีวนะแอบบอติค 4.ยาป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด "คลีวารีน" 5.ยารักษาอาการข้อต่ออักเสบ "ฮูไมร่า" 6.ยารักษาความดัน "ทาร์ก้า" และ 7.และ ยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต "เซมปลาร์" ฯลฯ เพื่อตอบโต้กรณีที่ประเทศไทยประกาศบังคับใช้สิทธิโดยรัฐ (Compulsory Licensing) กับยา 3 รายการ ได้แก่ 1.ยาต้านไวรัสเอฟฟาไวเรนซ์ ของบริษัท เมิร์ค 2.ยารักษาโรคหัวใจ พลาวิกซ์ ของบริษัท ซาโนฟี่ อะเวนติส และ 3.ยาต้านไวรัสคาเลตตร้า ของ บริษัท แอบบอต จนกว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนท่าทีในเรื่องดังกล่าว 

นางสาวสารีกล่าวต่อไปว่า เหตุผลของการตัดสินใจของกระทรวงสาธารณะสุขก็คือ "ยาเป็นสินค้าเชิงคุณธรรม มีความสำคัญต่อชีวิตจึงต้องแยกเงื่อนไขต่างออกจากสินค้าทั่วไป สิทธิของมนุษย์ที่ควรจะมีชีวิตอยู่เหนือผลประโยชน์เชิงการค้า ดังนั้น การดำเนินการใช้สิทธิโดยรัฐของกระทรวงสาธารณสุขต่อยาที่มีสิทธิบัตร จึงเป็นการดำเนินการที่ทั้งถูกกฎหมายสิทธิบัตร พ.ศ ๒๕๓๕ แก้ไข พ.ศ ๒๕๔๑ และถูกหลักมนุษยธรรม รวมทั้งเป็นการดำเนินการตามหน้าที่ที่ต้องจัดหายาจำเป็นตามบัญชียาหลักแห่ง ชาติให้แก่คนไทยทุกคนที่ใช้สิทธิตามนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้วย" ซึ่งจะสามารถประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้มากถึงปีละ ๑,๐๓๕ - ๑,๖๖๕ ล้านบาท และจะทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาได้เพิ่มขึ้น ๖ - ๑๒ เท่าตัว ซึ่งนั่นหมายความว่า คนเหล่านี้จะมีชีวิตยืนยาวมากขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นกำลังสำคัญของครอบครัวและสังคมต่อไป"การดำเนินการเพิกถอนการขึ้นทะเบียน ยาจำเป็นสำหรับผู้บริโภคของ Abbott ในครั้งนี้ ทางเครือข่ายภาคประชาชนเห็นว่าเป็นการทำการค้าที่ไม่มีจริยธรรม ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) รวมทั้งเป็นการยึดคนไข้/ผู้บริโภคเป็นตัวประกันบีบรัฐบาลให้ยกเลิกมาตรการ บังคับใช้สิทธิโดยรัฐของไทย ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลไทยไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ที่ขัดต่อกฎหมายภายในประเทศ และกติการะหว่างประเทศ จึงขอเชิญชวนผู้บริโภค/ผู้ใช้ยาและคนไทย หยุดซื้อ หยุดใช้สินค้า Abbott" นางสาวสารี กล่าว

จะร่วมบอยคอตสินค้าแอบบอตได้อย่างไร

    1. เลิกซื้อเลิกใช้ผลิตภัณฑ์และสินค้าของ Abbott ทั้งหมด
    2. หากเป็นดาราไม่ร่วมโฆษณาหรือเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ให้ Abbott
    3. ร้านค้าต่าง ๆ ไม่แนะนำผลิตภัณฑ์ Abbott ให้กับผู้บริโภค
    4. ชักชวนและทำความเข้าใจให้ ญาติ เพื่อน เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทนี้
    5. โทรศัพท์ ไปแสดงความเห็นเรื่องนี้ และประณามการกระทำของบริษัท Abbott ที่มีต่อประเทศไทย ได้ที่หมายเลข 02-657-5555แฟกซ์ 02-252-1790 หรือที่หมายเลข 081-8414436
    6. ส่งจดหมายประณามการกระทำได้ที่ 2/4 อาคารนายเลิศทาวเวอร์ ชั้น 5 และ ชั้น 9 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
    7. หาก ยังเพิกเฉย ให้หยุดใช้สินค้าของบริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัทบอร์เนียว บริษัทแปซิฟิคเฮลท์แคร์ บริษัทซิลลิก และรวมทั้งจะประสานงานให้มีการหยุดซื้อหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ชอง Abbott ทั่วโลก

ผลิตภัณฑ์ Abbott ประกอบด้วย

1. กลุ่มยาและเวชภัณฑ์ เช่น ยาปฏิชีวนะ Abbotic@ (clarithromycin) และ Brufen@ (ibuprofen) ยาลดไขมัน Raductil@(sibutramine HCl monohydrate) ยารักษาโรคไต Zemplar@ (paricalcitol) ยารักษาโรคไมเกรน Valcote@ (divalproex sodium) ยารักษาโรคไขมันในเลือดสูง TriCor@ (fenofibrate tablets) ยารักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ Synagis@ (palivizumab)

2.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และนมสำหรับทารกและเด็ก เช่น เอนชัวร์ (Ensure) พีเดียชัวร์ (PaediaSure) ซิมิแลค (Similac) โซนเพอร์เฟคท์ (ZonePerfect)

3.ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง เช่น แอลฟาแทรค (AlphaTRAK) คลินิแคร์ (CliniCare) ไกลโค-เฟล็กซ์ (GLYCO-FLEX) ไอโซโฟล (isoflurane) และ

4.อุปกรณ์ และเครื่องมือแพทย์

พิมพ์