มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคชี้ นสพ.ฐานเศรษฐกิจพาดหัวข่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เอื้อประโยชน์คู่กรณีในคดีควบรวมซีพี-โลตัส ซึ่งอาจเป็นการให้ข้อมูลเท็จ

เขียนโดย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.). จำนวนผู้ชม: 1185

Lotus.68

       จากการพาดหัวข่าวในวันที่ 11 กรกฎาคม 2564 บนหน้าหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ และในเว็บไซต์ข่าว ว่า “เปิดปมศาลปกครองกลาง ไฟเขียวดีล ‘ซีพี-โลตัส’ ยกคำฟ้อง 37 องค์กรผู้บริโภค” มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคในฐานะผู้ฟ้องคดีนี้ ขอชี้แจงว่า เป็นการพาดหัวข่าวที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง สร้างความเข้าใจผิดในสาระสำคัญว่า ศาลได้มีคำสั่งยกฟ้องคดีการควบรวม ซีพีและโลตัส ในขณะที่ข้อเท็จจริงคือศาลเพียงยกคำร้องกรณีที่ผู้ฟ้องคดีร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเท่านั้น มิใช่เป็นการให้ “ไฟเขียว ดีล ซีพี-โลตัส” การรายงานข่าวเช่นนี้ถือเป็นการช่วงชิงความได้เปรียบให้กับคู่กรณีของคดี สร้างผลกระทบต่อภาคสังคมและภาคธุรกิจ ในขณะที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจถือว่าเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของศาล และผิดจรรยาบรรณสื่อมวลชน

      มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ขอให้ข้อเท็จจริงคือ ในระหว่างการพิจารณาคดีเพิกถอนมติคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า มูลนิธิฯ และผู้ร่วมฟ้อง ได้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อระงับยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผู้บริโภค คู่แข่งทางการค้า และผู้ผลิตสินค้าการเกษตร และสินค้าอุปโภคบริโภค ไว้เป็นการชั่วคราว ซึ่งศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่ายังไม่มีเหตุให้คุ้มครอง แต่ในส่วนของคดี ศาลยังอยู่ระหว่างการไต่สวน โดยให้เรียกบริษัทซีพีฯ และโลตัสฯ เข้ามาในคดีในฐานะผู้ร้องสอด และรวมพิจารณาคดีนี้เข้ากับคดีที่มีผู้ประกอบการฟ้องคดีต่อศาลปกครองไว้ก่อนแล้ว โดยให้ถือเอาสำนวนคดีของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเป็นสำนวนหลัก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำคำคัดค้านคำให้การยื่นต่อศาล

       ดังนั้น การพาดหัวข่าวดังกล่าวที่ไม่สะท้อนข้อเท็จจริงทั้งหมด อาจถือได้ว่าเป็นเจตนาที่จะช่วงชิงความได้เปรียบต่อภาคสังคมและภาคธุรกิจให้กับคู่กรณี เนื่องจากคดีนี้ถือได้ว่าเป็นคดีสาธารณะที่มีมูลค่ามหาศาลต่อตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศ และมีประชาชนผู้บริโภค คู่ค้าทางธุรกิจ และนักธุรกิจจำนวนมากกว่าครึ่งประเทศ ที่จะมีส่วนได้ส่วนเสียจากผลของการตัดสินคดีนี้ การให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเช่นนี้ อาจเกิดผลกระทบต่อการตัดสินใจในภาคธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อคู่กรณี แม้หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจรับรู้ข้อเท็จจริงตามเนื้อหาในข่าวว่าคดีนี้ยังไม่ยุติ และการยกฟ้องนั้นเป็นกรณีขอคุ้มครองชั่วคราวเท่านั้น

      การกระทำเช่นนี้จึงอาจถือได้ว่าเป็นการให้ข้อมูลเท็จกับสาธารณะ เป็นการหมิ่นศาล และผิดจรรยาบรรณสื่อมวลชน

      มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และสมาคมนักกฎหมายคุ้มครองสิทธิและสิ่งแวดล้อม จึงเรียกร้องให้บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ แสดงเจตนารมย์ในการเยียวยาด้วยการแก้ไขสาระสำคัญของข่าวให้ถูกต้อง ทั้งในส่วนสิ่งพิมพ์และเว็บไซด์ข่าวของหนังสือพิมพ์ ทั้งการพาดหัวข่าวและเนื้อหาข่าว ตามเนื้อที่และขนาดเดียวกับการพาดหัวข่าวเดิม ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงทุกประการ ซึ่งถือได้ว่าเป็นบรรทัดฐานการเยียวยาตามจรรยาบรรณสื่อมวลชนที่ดี ที่สำนักข่าวฐานเศรษฐกิจพึงปฏิบัติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ลิงก์ ผู้บริโภค ฟ้อง กขค. กรณีอนุญาตควบรวม ซีพี - เทสโก้ อาจขัดกฎหมาย , สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน รับเรื่องร้องเรียน 'กขค.อนุมัติควบรวม ซีพี-เทสโก้ อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย' , ศาลปกครองรับฟ้อง กรณี กขค. มีมติควบรวม ซีพี - เทสโก้ , ผู้บริโภคส่งคำชี้แจง ขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราว กรณี กขค. อนุญาตซีพี - เทสโก้ ควบรวมธุรกิจ

ลิงก์ข่าวจากนสพ.ฐานเศรษฐกิจ :> เปิดปมศาลปกครองกลาง ไฟเขียวดีล ‘ซีพี-โลตัส’ ยกคำฟ้อง 37 องค์กรผู้บริโภค

 

 

Tags: ควบรวมกิจการ, ควบรวมธุรกิจ, หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

พิมพ์