สวัสดีครับ.....ท่านผู้อ่านทุก ๆ ท่านกลับมาพบกันอีกครั้ง ในเรื่องเด่นประจำสัปดาห์ ซึ่งเป็นบทความที่มีเกร็ดความรู้ทั่วไปรวมไปถึงข่าวสารในด้านกฎหมายที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ มาว่ากันด้วยเรื่องของ การขอบุตรบุญธรรม
มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่แต่งงานแล้วไม่มีบุตร บางคนถึงขนาดไปลักตัวเด็กทารกตามโรงพยาบาลมาเลี้ยงดูจนตกเป็นข่าวครึกโครมในหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ก็มีมาก สร้างความเสียหายแก่สังคมโดยเฉพาะผู้ที่เป็นพ่อแม่ของเด็ก และผู้ที่ลักพาเด็กก็มีความผิดถูกลงโทษตามกฎหมายอาญา ซึ่งเรื่องดังกล่าวหากผู้กระทำผิดมีความรู้ในเรื่องของกฎหมาย เรื่องก็ไม่น่าจะออกมาในรูปนี้ เพราะการที่จะหาเด็กมาเลี้ยงดูเป็นบุตรนั้น กฎหมายก็ได้กำหนดทางออกไว้แล้ว ก็คือการขอบุตรบุญธรรม
บุตรบุญธรรม คือ บุตรของผู้อื่นที่ขอมาเลี้ยงดูเสมือนบุตรของตน ซึ่งจะต้องจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมจึงจะสมบูรณ์ตามกฎหมาย การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
- ผู้ที่จะรับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี
- ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุมากกว่าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี
- การรับบุตรบุญธรรม ถ้าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรม มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี ผู้นั้นต้องให้ความยินยอมด้วย
- การรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมจะกระทำได้ต่อเมื่อ ได้รับความยินยอมของบิดามารดาของผู้จะเป็นบุตรบุญธรรม ถ้าผู้เยาว์เป็นผู้ถูกทอดทิ้งและอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์เด็กตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก ให้สถานสงเคราะห์เด็กนั้นเป็นผู้ให้ความยินยอม
- ถ้าผู้จะรับบุตรบุญธรรมหรือผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมมีคู่สมรสอยู่ จะต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน
- ผู้เยาว์ที่เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลใดอยู่ จะเป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นอีกในขณะเดียวกันไม่ได้ เว้นแต่เป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม
- การรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมาย
- มีสิทธิได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือได้รับการศึกษาใช้นามสกุล
- มีสิทธิได้รับมรดกของผู้รับบุญธรรมในฐานะทายาทโดยธรรม
- มีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาบุญธรรมเสมือนบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย
สงเคราะห์เด็กกำพร้ามาเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรม ตามหลักเกณฑ์กฎหมายข้างต้นได้ อย่าได้คิดสั้นไปลักเด็กมาเลี้ยง เพราะนอกจากจะเป็นบาปที่เราไปพรากเด็กจากพ่อแม่ของเด็กแล้ว ยังจะมีความผิดทางด้านกฎหมายมีความผิดทางอาญาร้ายแรงอีกด้วยนะครับ