มพบ.ย้ำจุดยืนทำหน้าที่ตรวจสอบเพื่อสิทธิผู้บริโภค แม้จะถูก ปตท.ฟ้อง

IMG 6192

กรรมการ-เจ้าหน้าที่ มพบ. ร่วมกับ รสนา โตสิตระกูล แถลงจุดยืนต่อกรณีถูก ปตท. ยื่นฟ้องข้อหาจัดทำเสื้อระดมทุน “กองทุนประชาชนปฏิรูปพลังงาน” ละเมิดลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนก๊อดจิ

ด้วยเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2557 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยนายไพรินทร์  ชูโชติถาวร ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ได้มอบอำนาจให้ทนายความยื่นฟ้องมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) เป็นจำเลยที่ 1 นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เป็นจำเลยที่ 2 นายวีรพงษ์ เกรียงสินยศ เหรัญญิกมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เป็นจำเลยที่ 3 และ นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา เจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เป็นจำเลยที่ 4 และนางสาวรสนา โตสิตระกูล เป็นจำเลยที่ 5 ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อหากำไร ร่วมกันทำซ้ำ ดัดแปลง โดยตั้งชื่อว่า ‘คายมาจิ’ พร้อมนำไปลงประกาศขายเสื้อยืดที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนก๊อดจิผ่านเว็บไซต์ consumerthai.org ของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, เฟสบุ๊ค “ไม่เคยลัก แบริเออร์” ของนายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา และ  เฟสบุ๊ค “รสนา โตสิตระกูล” ของนางสาวรสนา โตสิตระกูล

วันนี้ 24 มีนาคม 2558 เมื่อเวลา 11.30 น. มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และ นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ร่วมแถลง “จุดยืนของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคต่อกรณี ปตท. ยื่นฟ้องมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และนางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ข้อหาจัดทำเสื้อระดมทุน ‘กองทุนประชาชนปฏิรูปพลังงาน’ ละเมิดลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนก๊อดจิ”

838401

รศ.ดร.จิราพร ลิ้มปานานนท์ กล่าวว่า มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคมีจุดประสงค์การทำงานที่ชัดเจน ทำงานเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค เป้าหมายของมูลนิธิฯ ต้องการสร้างพลเมืองที่เป็นผู้บริโภคที่เข้มแข็งในทุกด้าน จะเห็นชัดว่าเรื่องพลังงานผู้บริโภคแทบจะไม่มีสิทธิมีเสียงเข้าไปกำหนดอะไรเลยในบ้านเมืองนี้ ฉะนั้นการตั้งกองทุนประชาชนปฏิรูปพลังงานเป็นสิ่งที่มูลนิธิฯ เห็นว่าสำคัญ ต้องหาทุนเข้ามาในกองทุนนี้ เพราะต้องการให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานในราคาที่เป็นธรรม การผลิตเสื้อเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม เป้าหมายคือต้องการสื่อว่าเป็นเส้นทางปฏิรูปพลังงานไทย

“ประเด็นที่สำคัญจะเห็นชัดว่าเป้าหมายของสื่อที่เราออกไปนั้นเราเขียนชัดว่าเป็นเส้นทางปฏิรูปพลังงานไทย เราไม่อยากให้เส้นทางปฏิรูปพลังงานไทยเป็นเส้นทางที่หนีเสือตอนนี้เราปะจระเข้ตัวใหม่ของระบบปฏิรูปใหม่ที่มันจะเป็นปัญหาสำคัญประเทศไทย นั่นคือสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสาร” ประธานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าว

4487488

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง ชี้แจงว่า มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ มิใช่องค์กรแสวงหาผลกำไร ใครที่สนับสนุนมูลนิธิฯ จะได้รับการยกเว้นภาษี และเป็นองค์กรสมาชิกของสหพันธ์ผู้บริโภคสากล (Consumers International) ตลอด 19 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในการคุ้มครองสิทธิอันพึงได้ของผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านพลังงานมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน อาทิเช่น การยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อเพิกถอนการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อปี พ.ศ. 2548 จนศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้เพิกถอนการแปรรูป กฟผ. ฯลฯ

นางสาวสารี กล่าวต่อไปว่า การจัดตั้ง กองทุนประชาชนปฏิรูปพลังงาน มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนสนับสนุนส่งเสริมการดำเนินกิจกรรมต่างๆของเครือข่ายผู้บริโภคที่มุ่งปฏิรูปกิจการพลังงานของประเทศให้มีความเป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนส่วนใหญ่ การเบิกถอนต้องใช้ชื่อ 2 ใน 3 ของผู้ร่วมเปิดบัญชี ภายใต้กฎเกณฑ์ด้านการเงินการบัญชีของมูลนิธิฯที่กำหนดไว้อย่างรอบคอบรัดกุม การจัดทำเสื้อยืดออกจำหน่ายเพื่อการระดมทุน รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดนำเข้าบัญชี ‘กองทุนประชาชนปฏิรูปพลังงาน’ รายได้ทั้งหมดถือเป็นทรัพย์สินของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค อยู่ภายใต้การดูแลของกรรมการมูลนิธิฯ มิได้มีการนำกำไรมาแบ่งปันให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง

“กรณี นางสาวรสนา ได้ใส่เสื้อและถ่ายรูปประชาสัมพันธ์เสื้อยืดนั้น นางสาวรสนา ไม่ได้เป็นหรือเคยเป็นกรรมการของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเลยแต่อย่างใด และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องในกองทุน เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ ได้ขอความอนุเคราะห์ให้คุณรสนาได้ช่วยถ่ายรูปประชาสัมพันธ์เสื้อยืดและกิจกรรมของกองทุนโดยมิได้มีผลประโยชน์ตอบแทนใดๆ” เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าว

644444

ทางด้านนางสาวรสนา โตสิตระกูล ตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้ ปตท. ได้ฟ้องประชาชนหลายๆ คนที่มีส่วนร่วมในการตรวจสอบเรื่องพลังงาน การมีธรรมาภิบาลเรื่องพลังงาน ซึ่งการฟ้องของ ปตท.เป็นการขัดขวางการตรวจสอบของประชาชน

“เราอยู่ในยุคปฏิรูปก็ต้องยอมรับการตรวจสอบ ดิฉันคิดว่า การฟ้องมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคนั้น มันไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่ ถ้าคิดว่าการฟ้องจะทำให้ประชาชนลดการตรวจสอบลงคิดว่าเป็นเรื่องที่ผิด ในโลกที่เจริญแล้วเครือข่ายผู้บริโภคจำเป็นต้องเข้มแข็ง และจำเป็นต้องมีประชาชนที่เป็นพลเมืองที่จะลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิรวมถึงการตรวจสอบเรื่องธรรมาภิบาล การยิ่งฟ้องประชาชนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นการฟ้องตัวเองมากเท่านั้นด้วย ว่าคนที่ถูกตรวจสอบพยายามยับยั้งการตรวจสอบเหล่านี้” นางสาวรสนา กล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ศาลยังไม่รับฟ้อง แต่อยู่ระหว่างนัดไต่สวนมูลฟ้อง ซึ่งในวันที่ 30 มีนาคม 2558 เวลา 09.00 น. ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ได้มีคำสั่งนัดไต่สวนมูลฟ้อง

พิมพ์ อีเมล