Black Ribbon

จับตา ร่าง พ.ร.บ. กสทช. เข้าสภาฯ

590630 news
สนช.เตรียมถกร่างพ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่พรุ่งนี้ หั่นกรรมการจาก 11 คนเหลือ 7 คน มอบดาบสตง.สอบการใช้เงินกสทช.

ผู้สื่อข่าว นสพ.คมชัดลึก รายงานว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)วันที่ 30 มิ.ย.จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) (ฉบับที่... ) พ.ศ...ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ซึ่งร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ออกมาเพื่อให้สอดคล้องกับการจัดตั้งคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยร่างพ.ร.บ.นี้เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2535

โดยเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบ คุณสมบัติทั่วไปคณะกรรมการกสทช.จากเดิมที่กำหนดไว้ 11 คนเหลือเพียง 7 คน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม ด้านวิศวกรรม กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. แก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติทั่วไปของผู้จะได้รับการสรรหาและแต่งตั้งเป็นกรรมการ กสทช. ในเรื่องของอายุผู้สมัครไม่ต่ำกว่า 45 ปี บริบูรณ์ แต่ไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ และแก้ไขเพิ่มเติมในเรื่องคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ารับการสรรหาจะต้องเป็นข้าราชการพลเรือน รองศาสตราจารย์ นายทหารหรือนายตำรวจ ผู้บริหารในองค์กรภาคเอกชน มีประสบการณ์ทำงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคประเภทใดประเภทหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมกระบวนการได้มาซึ่งผู้สมควรได้รับเลือกและแต่งตั้งเป็นกรรมการ กสทช. การได้มาซึ่งรายชื่อผู้สมสมควรได้รับการเลือกเป็นกรรมการโดยวิธีการคัดเลือกกันเอง

ในส่วนของการเลือกตั้งและแต่งตั้งกรรมการให้มีคณะกรรมการสรรหา ประกอบด้วย ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฏีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิมนุษยชน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย โดยให้สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการ โดยกรรมการสรรหาจะต้องคัดเลือกผู้สมัครเป็นจำนวน 2 เท่าของจำนวนกรรมการ จากนั้น ให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯจัดทำรายชื่อและเสนอบัญชีรายชื่อต่อประธานวุฒิสภาภายใน 30 วันนับแต่คัดเลือกเสร็จเพื่อเสนอให้วุฒิสภามีมติเลือกต่อไป

สำหรับอำนาจหน้าที่ของกรรมการ กสทช.นั้นร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ได้แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกสทช.เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน อาทิ กำหนดให้จัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ ตารางกำหนดคลื่นความถี่แห่งชาติ แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ แผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม แผนความถี่วิทยุและแผนเลขหมายโทรคมนาคม ให้คณะกรรมการ กสทช.เรียกคืนความถี่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ไม่คุ้มค่า เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น กำหนดให้คณะกรรมการดิจิทัลฯทำหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับความสอดคล้องระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการ กสทช.และนโยบายระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลฯ เป็นต้น นอกจากนี้ยังกำหนดให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแจ้งให้คณะกรรมการ กสทช.หากพบว่ามีการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของสำนักงานฯที่ไม่เกิดประสิทธิผลหรือเป็นการฟุ่มเฟือยเกนสมควร หรือการดำเนินการใดไม่ถูกต้องตรงตามแผนหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวม กำหนดให้มีคณะกรรมกมรกำกับการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อทำหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการกสทช. และเลขาธิการกสทช.

นอกจากนี้ที่ประชุมยังจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริการพัสดุภาครัฐ พ.ศ...ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยมีหลักการและเหตุผล คือ เพื่อให้การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐมีกรอบการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยกำหนดเกณฑ์มาตราฐานกลางเพื่อให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งนำไปใช้เป็นหลักปฏิบัติ และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม รวมทั้งเพื่อให้เป็นหลักธรรมาภิบาล มีการส่งเสริมให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งเพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตประพฤติชอบในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งร่างพ.ร.บ.นี้จะใช้บังคับกับหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง องค์การมหาชน องค์การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ หน่วยธุรการของศาล มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หน่วยงานสังกัดรัฐสภาหรือในกำกับของรัฐสภา หน่วยงานอิสระของรัฐ และหน่วยงานอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง

 

สำหรับเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ กำหนดให้มีคณะกรรมการ 5 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และบริหารพัสดุภาครัฐ คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง และบริหารพัสดุภาครัฐ คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เพื่อทำหน้าที่เสนอแนะนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และบริหารพัสดุภาครัฐต่อคณะรัฐมนตรี ตีความและวินิจฉัยปัญหาข้อหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ และกฎหมายลำดับรอง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดราคากลาง กำหนดแนวทางและวิธีการในการดำเนินงานโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ กำหนดให้มีการผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมเป็นผู้ยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐได้ ต้องเป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลางเพื่อให้การพิจารณาคุณสมบัติและการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างและผู้ประกอบการพัสดุอื่น

กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี และประกาศเผยแพร่แผนในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและหน่วยงานของรัฐ พร้อมทั้งทำแผนสัญญาตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และบริหารพัสดุภาครัฐโดยความเห็นชอบของสำนักงานอัยการสูงสุด ในส่วนของบทกำหนดโทษนั้น กำหนดโทษอาญาสำหรับเจ้าหน้าที่หรือผู้มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง และบริหารพัสดุ ที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุตามพ.ร.บ.นี้ กฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศที่ออกตามความในพ.ร.บ.นี้โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าหน้าที่ในการจัดซื้อจัดจ้าง และบริหารพัสดุ หรือมีการทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 4 หมื่นบาทถึง 4 แสนบาท นอกจากนี้ยังมีบทเฉพาะกาลให้พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง หรือการบริหารพัสดุ หรือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2549 หรือระเบียบอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ยังคงบังคับใช้ได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพ.ร.บ.นี้ จนกว่าร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้บังคับใช้

ข้อมูลภาพประกอบจาก นสพ.คมชัดลึก

Tags: กสทช.

พิมพ์อีเมล

Banner Food
Banner Safethaibus
Creditcard
Indy
Inside
Union
จดหมายบอกเลิกสัญญา
Seacc
Banner Ci