Black Ribbon

รถตู้ระหว่างจังหวัด อันตรายสุด ผลวิจัยทีดีอาร์ไอชี้ชัด

590623 newsvan
ทีดีอาร์ไอเผยผลสำรวจความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ ยังไม่ได้มาตรฐาน รถตู้ระหว่างจังหวัดอันตรายสูงสุด เหตุขับเร็ว ไม่ติดตั้งเข็มขัดนิรภัย ‘ดร.สุเมธ องกิตติกุล’ แนะเร่งติด GPS เข้มงวดคันผิด กม. แนะปรับโครงสร้างระบบเดินรถ-ปรับปรุงจุดจอดใน กทม.

 

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา รายงานว่าเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2559 มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ร่วมกับศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)จัดประชุมเสนอผลงานวิจัย เรื่อง คุณภาพมาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะ ณ ห้องอินทนิน โรงแรมสวิส โซเทล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ

น.ส.ณัชชา โอเจริญ นักวิจัยด้านนโยบายขนส่งและโลจิสติกส์ ทีดีอาร์ไอ เปิดเผยถึงข้อค้นพบบางช่วงบางตอน เกี่ยวกับความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะ พบว่ายังไม่ได้มาตรฐาน แต่หลายคนไม่มีทางเลือกจึงต้องยอมรับสภาพ

ทั้งนี้ สถิติอุบัติเหตุรถโดยสาร ปี 2558 ระบุมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุต่อรถจดทะเบียน 1 หมื่นคัน จากรถบัส 2 ชั้น มากที่สุด 85.7 คัน รองลงมา รถตู้ 29.6 คัน และรถบัส 1 ชั้น 15.4 คัน

ขณะนี้อัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยต่อรถจดทะเบียน 1 หมื่นคัน จากรถบัส 2 ชั้นมากที่สุด 47.8 คัน รองลงมา รถตู้ 16.1 คัน และรถบัส 1 ชั้น 8.5 คัน

นักวิจัย ทีดีอาร์ไอ กล่าวต่อว่า สำหรับผลสำรวจความคิดเห็นของผู้โดยสารกว่า 1 พันคน มีความพึงพอใจภาพรวมและความปลอดภัยของรถเมล์ระหว่างจังหวัดสูงสุด เนื่องจากไม่ใช้ความเร็วเกินกำหนด และมีอุปกรณ์ความปลอดภัย

ขณะที่รถตู้ระหว่างจังหวัดกลับเป็นรถโดยสารสาธารณะที่สร้างความกังวลถึงความปลอดภัยมากที่สุด เนื่องจากรถขาดอุปกรณ์ความปลอดภัย พฤติกรรมผู้ขับขี่ รถผิดกฎหมาย แต่ผู้โดยสารหลายคนยังเลือกใช้บริการ

“กว่าร้อยละ 10 ของรถเมล์ระหว่างจังหวัดและรถตู้ ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยไม่ครบถ้วน และมีผู้โดยสารจำนวนหนึ่งไม่สังเกตว่ารถโดยสารติดตั้งไว้” น.ส.ณัชชา กล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม สาเหตุหลักที่ผู้โดยสารไม่นิยมคาดเข็มขัดนิรภัย เพราะรู้สึกอึดอัด คิดว่าใกล้ ๆ และอาย

นักวิจัย ทีดีอาร์ไอ ระบุด้วยว่า ผู้โดยสารรถเมล์ในกรุงเทพฯ และรถตู้ระหว่างจังหวัด และกรุงเทพฯ กว่าร้อยละ 20 เห็นว่า ปัจจุบันพนักงานขับรถมีพฤติกรรมขับเร็วเกินไป และไม่พอใจกับมารยาทการให้บริการของผู้ขับ อีกทั้งผู้โดยสารรถตู้ระหว่างจังหวัด ร้อยละ 7 และรถตู้ภายในกรุงเทพฯ ร้อยละ 12 บรรทุกผู้โดยสารเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

“ผู้โดยสารจำนวนมากยังใช้บริการรถตู้โดยสารประจำทางผิดกฎหมาย หรือบางส่วนทราบ แต่ยังใช้บริการอยู่” น.ส.ณัชชา กล่าว และว่า ผู้ใช้บริการรถตู้ป้ายทะเบียนเหลือง (ถูกกฎหมาย) ร้อยละ 67 ป้ายทะเบียนขาว (ผิดกฎหมาย) ร้อยละ 8 และที่ไม่ทราบอีก ร้อยละ 25

ทั้งนี้ ไม่เฉพาะความปลอดภัยของรถตู้ผิดกฎหมายไม่ได้มาตรฐานแล้ว นักวิจัยทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ค่าโดยสารเฉลี่ยของรถตู้ผิดกฎหมายเหล่านี้ยังสูงกว่ารถตู้ถูกกฎหมายถึงร้อยละ 18 หน่วยงานภาครัฐจึงควรเข้มงวดกับรถตู้ผิดกฎหมายมากขึ้น นอกจากนี้ต้องสร้างระบบกำกับดูแลความเสี่ยงของคนขับ เช่น กำหนดให้ทุกคันติด GPS

ส่วนผู้ประกอบการต้องจัดหลักสูตรอบรมพนักงานขับขี่ปลอดภัย มีมารยาท ให้เวลาพักอย่างน้อย 30 นาที หลังจากขับรถติดกัน 4 ชม. หรือเปลี่ยนคนขับ ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง พร้อมอุปกรณ์ฉุกเฉินอื่น อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการจะต้องให้ความร่วมมือคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งด้วย

ด้าน ดร.สุเมธ องกิตติกุล นักวิชาการ ทีดีอาร์ไอ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมารัฐผลักดันมาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับรถโดยสารสาธารณะต่อเนื่อง แต่ยังจำเป็นต้องเฝ้าติดตามต่อไป โดยเฉพาะการรณรงค์คาดเข็มขัดนิรภัย และโครงสร้างความแข็งแรงของรถ เนื่องจากผู้ใช้บริการไม่มั่นใจ ดังเช่น รถเมล์ในกรุงเทพฯ ที่มีสภาพเก่าทรุดโทรม

นอกจากนี้พฤติกรรมของพนักงานขับขี่ก็มีความสำคัญ บางรายมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จะได้รับการลงโทษตามระเบียบปฏิบัติ แต่ปัญหาคงไม่เกิดขึ้นครั้งเดียว และการแก้ไขไม่ง่าย และเห็นว่า กรณีขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด รัฐต้องจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมาประสบความสำเร็จติดตั้ง GPS ในรถ บขส. ควบคุมได้ระดับหนึ่ง เเต่จะให้ดีควรขยายไปยังรถร่วมบริการและรถโดยสารสาธารณะประเภทอื่นด้วย

สำหรับกรณีกระทรวงคมนาคม (คค.)มีแผนจะปฏิรูปโครงสร้างระบบเดินรถ ขสมก. ดร.สุเมธ กล่าวเห็นด้วย แต่ต้องตอบโจทย์แก้ไขปัญหาการให้บริการ และการทับซ้อนของเส้นทาง เพราะการมีรถให้บริการให้เส้นทางใดเส้นทางหนึ่งมากเกินไป ทำให้ผู้ประกอบการมีรายได้ลดลง จึงต้องแข่งขันมากขึ้น ดังเช่น รถเมล์สาย 8

รวมถึงต้องให้ความสำคัญกับป้ายรถโดยสารประจำทาง ซึ่งในกรุงเทพฯ พบไม่มีใครรับผิดชอบ หรือรับผิดชอบ แต่กลับไม่ใช่ภารกิจหลัก เนื่องจากมีงบประมาณจำกัด ทำให้ขาดการบำรุงรักษา อย่างไรก็ตาม รัฐลงทุนรถไฟฟ้าเขตกรุงเทพฯ หลายแสนล้านบาท แต่รถเมล์กลับไม่มีให้

"แนวคิดให้มีหน่วยงานใหม่ขึ้นมารับผิดชอบ จึงเป็นทางออก โดยต้องจัดสรรงบประมาณเหมาะสม เชื่อจะช่วยยกระดับการให้บริการในอนาคตได้" ดร.สุเมธ กล่าวทิ้งท้าย

ข้อมูลจาก สำนักข่าวอิสรา
ภาพประกอบจาก news.mthai.com

พิมพ์ อีเมล

บทความใกล้เคียงกัน

Banner Food
Banner Safethaibus
Creditcard
Indy
Inside
Union
จดหมายบอกเลิกสัญญา
Seacc
Banner Ci