บริการสุขภาพและสาธารณสุข

อปสข.กทม.เผยชื่อ รพ.รัฐ-เอกชน รองรับ ปชช. หลัง รพ.ถอนตัวจากบัตรทอง

press pic 290860 web002

 

อปสข.เขตพื้นที่ กทม. ประชุมหารือแนวทางรองรับการให้บริการประชาชนหลัง รพ.เอกชนถอนจากระบบบัตรทอง “หมอสมศรี” ประธาน อปสข.เผย ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก รพ.ในแต่ละสังกัดทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเข้ามาดูแลประชาชน ขอให้ประชาชนวางใจว่าจะได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานเหมือนเดิม

วันนี้ (29 ส.ค.60) ณ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ ประธานอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพระดับเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร (อปสข.เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า การประชุมในวันนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้หารือแนวทางการดูแลประชาชนเพื่อรองรับหลังจาก รพ.มเหสักข์ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ลาออกจากการเป็นหน่วยบริการภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) และ รพ.แพทย์ปัญญา, รพ.บางนา 1, รพ.กล้วยน้ำไท และ รพ.วิภารามปากเกร็ด ซึ่งเป็นหน่วยบริการในระบบไม่ขอเป็นหน่วยรับส่งต่อให้คลินิกชุมชนอบอุ่นบางแห่ง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป 

ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี กล่าวต่อว่า การหารือครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อร่วมให้บริการสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงศึกษาธิการ, สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และโรงพยาบาลเอกชน รวมถึงหน่วยบริการเอกชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครในการเข้ามาดูแลประชาชน จึงขอให้ประชาชนวางใจว่าจะได้รับบริการสุขภาพตามมาตรฐานเหมือนเดิม โดยมี รพ.แต่ละสังกัดได้ตอบรับการให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่องดังนี้

1.รพ.ในสังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ได้แก่ รพ.กลาง, รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ และ รพ.สิรินธร

2.รพ.ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ รพ.เลิดสิน, รพ.นพรัตนราชธานี และ รพ.ราชวิถี 

3.รพ.ในสังกัดกระทรวงกลาโหม ได้แก่ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช, รพ.พระมงกุฎเกล้า

4.สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ได้แก่ ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่

5.โรงเรียนแพทย์ ได้แก่ รพ.วชิรพยาบาล และ รพ.จุฬาลงกรณ์

6.รพ.เอกชน ได้แก่ รพ.มงกุฎวัฒนะ และ รพ.อนันต์พัฒนา 2

7.หน่วยบริการรับส่งต่อ และคลินิกอบอุ่นในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้อง

“ประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทองที่ รพ.มเหสักข์ และเครือข่ายของ รพ.มเหสักข์ สามารถเข้ารับบริการได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 หลังจากนั้น สปสช.เขต 13 กทม.จะดำเนินการเปลี่ยนแปลงหน่วยบริการประจำให้ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป แต่หากประชาชนไม่สะดวก ก็สามารถขอเปลี่ยนแปลงหน่วยบริประจำได้ตามสถานที่ต่างๆ ได้ ในส่วนคลินิกชุมชนอบอึ่นที่ได้รับผลกระทบจากหน่วยบริการรับส่งต่อนั้น อปสข.เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ประสานงานกับ รพ.ต่างๆ ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยประชาชนไม่ต้องวิตกกังวล” ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี กล่าว

ทั้งนี้ สถานที่ที่สามารถขอเปลี่ยนแปลงหน่วยบริการประจำ ดังต่อไปนี้

1) จุดรับลงทะเบียนบัตรทองที่สำนักงานเขต 19 เขต ที่เปิดให้บริการ ให้บริการในวันจันทร์– วันศุกร์ เวลา 08.00 –16.00 น. (สอบถามเขตที่เปิดให้บริการ โทร.1330 หรือตรวจสอบข้อมูลได้ที่http://bkk.nhso.go.th คลิ๊กเลือก สำหรับประชาชน เลือกแผนที่จุดรับลงทะเบียน 27 เขต)

2) จุดรับลงทะเบียนบัตรทอง ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ชั้น 1 ด้านข้างประชาสัมพันธ์ ให้บริการทุกวันเวลา 08.00 – 19.00 น.

เอกสารประกอบการลงทะเบียน ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชนเพียงใบเดียว กรณีที่เป็นเด็กใช้สูติบัตรเด็กและสำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง

press pic 290860 web003

 

press pic 290860 web001

 

พิมพ์ อีเมล

ผู้ติดเชื้อ HIV หวั่นขาดยาช่วงรอยต่อเปลี่ยนกลไกจัดซื้อ จี้ ‘ปิยะสกล’ ชี้แจงขั้นตอนจัดซื้อยาต้านไวรัสฯ ให้กับทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ

600810 file2ผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วประเทศร่วมกันรณรงค์ในเฟสบุ๊ค และสื่อสังคมออนไลน์ด้วยการโพสต์รูปและติดแฮชแท็ค #แก้กฎหมายให้สปสชซื้อยา เพื่อทวงถามต่อ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) ถึงความชัดเจนในการดำเนินการจัดซื้อยารวมระดับประเทศ จากการตีความของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่าสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ไม่มีอำนาจจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ ๗ กลุ่ม กว่า ๑๑๐ รายการ ซึ่งรวมถึงยาต้านไวรัสเอชไอวีด้วย

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

เครือข่ายผู้เสียหาย ยื่น 5.6 หมื่นชื่อ หนุนรัฐให้ออกกม.คุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุข

600803 newsffc2
เมื่อวันที่ 6 สค. 60 ที่สำนักปลัด กระทรวงสาธารณสุข เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ โดยนางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ได้เข้ายื่นรายชื่อ จำนวน 56,000 รายชื่อ ที่ร่วมกันลงชื่อเพื่อสนับสนุน พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุข พ.ศ... เพื่อเร่งรัดนำร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวเข้าสู่คณะรัฐมนตรี และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รวมทั้งช่วยผลักดันให้เป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ เพื่อลดปัญหาการฟ้องร้องระหว่างหมอและคนไข้

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

บทความใกล้เคียงกัน

Indy
ACCOT_MiniBanner
Banner Safethaibus
Inside
Kidney Friend Club Banner
Creditcard
Seacc
Banner Ci
จดหมายบอกเลิกสัญญา