คอบช. ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม. ทบทวนขึ้นราคาค่าโดยสารบีทีเอส

press bts news 01092560 cover

คอบช. เครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขอให้ทบทวนการอนุมัติขึ้นราคาค่าโดยสารบีทีเอสที่กำลังจะปรับขึ้นในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ ชี้บีทีเอสยังมีรายได้สูง ไม่มีเหตุอันจำเป็นต้องปรับค่าโดยสาร ซึ่งจะเป็นภาระค่าครองชีพสำหรับคนเมืองกรุง
 
         วันนี้ (1 ก.ย.60) คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน (คอบช.) ทำหนังสือถึง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขอให้พิจารณาทบทวนการอนุมัติขึ้นราคาค่าโดยสารบีทีเอส ของบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่กำลังจะปรับขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคม 2560 นี้ โดย คอบช.ได้ให้เหตุผลว่า บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ นั้นมีผลกำไรต่อเนื่องจากการดำเนินงานกิจการรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยรายได้จากไตรมาสแรกปี 2560/61 ปรับตัวดีขึ้นร้อยละ 100.2 จากปีก่อน 1,553.5 ล้านบาท เป็น 3,110.3 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงในไตรมาสเดียวกันนี้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.5 จากปีก่อน เป็น 543.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นตามสัญญาของรายได้ค่าเดินรถส่วนต่อขยายสายสีเขียวในปัจจุบัน และจากสถานีสำโรง (E15) ซึ่งเป็นสถานีแรกในส่วนต่อขยายสายสีเขียว ส่วนยอดรวมผู้โดยสารในส่วนรถไฟฟ้าสีเขียวสายหลักในไตรมาสเดียวกันนี้ มีจำนวน 58 ล้านเที่ยว เติบโตขึ้นร้อยละ 2.8 จากปีก่อน รวมถึงรายได้จากธุรกิจสื่อโฆษณาในไตรมาสเดียวกันก็เติบโตร้อยละ 36.8 หรือคิดเป็นจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น 228.5 ล้านบาท จากปีก่อน ดังนั้นเมื่อบีทีเอสมีรายได้ที่สูงมากถึงร้อยละ 196.9 จึงไม่มีเหตุอันจำเป็นที่ต้องปรับขึ้นค่าโดยสารซึ่งจะทำให้ค่าครองชีพของคนกรุงเพิ่มขึ้นตามมา
 
         ทั้งนี้ งานวิจัยของ คอบช. ด้านบริการสาธารณะ เกี่ยวกับโครงสร้างราคาที่เป็นธรรมของรถไฟฟ้า พบว่าประเทศไทยมีค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่แพงกว่าเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และสิงคโปร์ รวมทั้งค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสแพงกว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าอีก 2 สาย ถ้าหากคิดเทียบเคียงจาก 10 สถานีของรถไฟฟ้าบีทีเอส ผู้บริโภคต้องจ่ายค่าโดยสารประมาณ 3 เหรียญ 41 เซนต์ ในขณะที่ชาวญี่ปุ่นในโตเกียวจ่ายเพียง 1 เหรียญ  91 เซนต์เท่านั้น และในบางประเทศคิดราคาตามระยะทางกิโลเมตร แต่ประเทศไทยคิดราคาตามสถานี อีกทั้งในงานวิจัยพบว่า คนที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท แทบไม่มีโอกาสขึ้นรถไฟฟ้าเลย แม้จะอยู่หน้าที่พักของตนเองเพราะมีราคาแพง
 
         นอกจากนี้ มีผู้ร้องเรียนเรื่องค่าใช้จ่ายจากการใช้บริการรถไฟฟ้าจากสถานีรัตนาธิเบศร์ ถึงสถานีสีลมหรือบางนา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่าวันละ 200 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงเกินไป ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะทุกประเภทได้ รวมถึงขอให้มีข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลเพื่อเร่งปฏิรูประบบบริการขนส่งสาธารณะเพื่อทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลายและเพียงพอต่อความต้องการที่เกิดขึ้นจริง

ดาวน์โหลด: หนังสือถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรื่อง ขอให้ทบทวนการขึ้นราคาค่าโดยสารบีทีเอส

พิมพ์ อีเมล

เยือนเมืองขนมหวาน ! วอนผู้ว่าเมืองเพชรยื่นหนังสือถึง นายกตู่ ยุติแก้ก.ม.บัตรทอง ประชาชนต้องมีส่วนร่วม

press 130760 web03

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ 4 ภาค  ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และ กรุงเทพมหานคร  เดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้ยุติแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม

          วันนี้ (13 ก.ค.60) ณ ศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ 4 ภาค จำนวน 50 คน  นำโดย นายพงษภัทร หงส์สุขสวัสดิ์  น.ส.วิภารัตน์  พิพัฒน์เตชากร  ตัวแทนภาคตะวันตก นางอรกันยา  พุ่มพึ่ง  ตัวแทนภาคกลาง  นางชุลีพร  ด้วงฉิม  ตัวแทนกรุงเทพฯ และนางสุภาวดี วิเวก ตัวแทนภาคตะวันออก  เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ให้ยุติกระบวนการแก้ไขก.ม.บัตรทอง และเริ่มต้นใหม่โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ  เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าฯ เป็นผู้แทนรับหนังสือ

          นายพงษภัทร  หงส์สุขสวัสดิ์ ตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กล่าวว่า “การแก้กฎหมายหลักประกันในครั้งนี้มีผลกระทบกับประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อยู่ชายขอบที่ต้องรอพิสูจน์สถานะ และการให้ประชาชนร่วมจ่ายซึ่งอาจมีผลกระทบกับประชาชนในอนาคตได้ ควรจะหาข้อสรุปร่วมกันก่อนจึงจะแก้ไข ก.ม.และหวังว่ารัฐบาลจะนำข้อเรียกร้องของภาคประชาชนเป็นแนวทางแก้ไขด้วย”

          ด้าน นางชุลีพร  ด้วงฉิม  ตัวแทนกรุงเทพฯ  กล่าวว่า “การแก้ พ.ร.บ.ฉบับนี้หากแก้แล้วถอยหลังกลับไปแย่กว่าเดิมก็ไม่เป็นการดี อย่างที่ผ่านมา สปสช.เองก็บริหารจัดการได้เป็นอย่างดี สามารถประหยัดงบประมาณกว่า 53,000 ล้านบาท  ดังนั้นอยากให้มีการทบทวนเรื่องการแก้ก.ม.บัตรทองครั้งนี้ด้วย”

          ด้าน นางสาววิภารัตน์ พิพัฒน์เตชากร ตัวแทนภาคตะวันตก กล่าวว่า “ที่มาวันนี้อยากเป็นเสียงหนึ่งของพลเมืองในประเทศ อยากวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยส่งเสียงไปยังรัฐบาล หากจะมีการแก้ ก.ม.บัตรทอง ควรจะมีการทบทวนให้มาก อาจจะต้องค่อยๆ ไปช้าๆ คุยกันให้ตกผลึกทั้งในภาคประชาชนและรัฐบาล ใน 14 ประเด็น ซึ่งแท้จริงภาคประชาชนไม่ได้ค้านหมดทุกประเด็น เพียงแต่อยากให้มีเวลาในการแก้ไขให้มากขึ้นกว่านี้ ทบทวนกันให้มากขึ้น เพื่อประโยชน์ของประชาชน”

          ด้าน นายณัฐวุฒิ  พรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า “เข้าใจและเห็นใจทุกคนที่พยายามแก้ไขปัญหานี้ ตนเองทำงานที่ต้องดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้อง ก็อยากให้มีการปฎิรูประบบสาธารณสุขเหมือนกัน ซึ่งเป็นปัญหาโครงสร้างของสาธารณสุขที่ไม่ได้ออกแบบให้การบริหารจัดการตรงกับปัญหาของประเทศเท่าที่ควร  ซึ่งอยากให้มีการปฎิรูปกระทรวงสาธารณสุข ช่วงนี้การออกกฎหมายเป็นไปอย่างรวดเร็ว อาจมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนจำนวนมาก อย่างไรจะนำสิ่งที่พี่น้องมาสะท้อนในวันนี้ยื่นไปยังนายกรัฐมนตรีภายในเวลาที่รวดเร็ว”

          ทั้งนี้กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ 4 ภาค ยังคงยืนยันจุดยืนและเรียกร้อง ข้อเสนอเดิม คือ

1. ขอเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลความเห็นในการแก้ไขกฎหมายที่ยังมีความเห็นต่างต่อสาธารณะและกระบวนการที่เป็นกลาง โปร่งใส ให้ทุกฝ่ายได้เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเสมอภาค

2. ขอเรียกร้องให้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช. ออกมาแถลงชี้แจง แสดงความรับผิดชอบยอมรับต่อผลที่จะตามมาจากการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ ไม่ว่าผลที่เกิดขึ้นหลังจากการแก้ไขครั้งนี้จะเป็นอย่างไร

3. ขอเรียกร้องให้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร แต่งตั้งคณะทำงานที่น่าเชื่อถือ เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการติดตามผลการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจากการแก้กฏหมายครั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อการแก้ไขกฎหมาย แม้ว่าท่านจะไม่ใช่ผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนก็ตาม

 press 130760 web04

press 130760 web02

press 130760 web01

 

พิมพ์ อีเมล

บทความใกล้เคียงกัน

Indy
ACCOT_MiniBanner
Banner Safethaibus
Inside
Kidney Friend Club Banner
Creditcard
Seacc
Banner Ci
จดหมายบอกเลิกสัญญา