กลุ่มคนรักหลักประกันฯร้อง ‘ณรงค์’ แก้กม.บัตรทองต้องฟังทุกฝ่าย

 32727

วันนี้ (16 ต.ค. 2560) กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพเข้ายื่นจดหมายถึงรองนายกรัฐมนตรี พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย หลังคณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับแก้ไข) พ.ศ. ...ได้สรุปร่างสุดท้ายส่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และร่างพ.ร.บ.ฯดังกล่าวอยู่ระหว่างการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุด พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรีเรียกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เข้ามาชี้แจงและอธิบายร่างกฎหมายฯ รายมาตรา กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เห็นว่า หาก พล.ร.อ.ณรงค์ต้องการคำอธิบาย ควรเปิดให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างรอบด้าน ก่อนที่จะออกกฎหมายที่มีผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

           นายอภิวัฒน์ กวางแก้ว รักษาการประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ประเทศไทยและตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีประเด็นที่ขัดแย้งหลายเรื่อง และถูกทักท้วงทั้งจากภาคประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้ รวมทั้งกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายเสียงส่วนน้อย ทั้งที่ขอสงวนความเห็นและไม่เห็นด้วยหลายประการ การที่ พล.ร.อ.ณรงค์ต้องการเข้าใจรายละเอียดของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นเรื่องดี แต่ต้องฟังจากหลายๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง    

          “หากรัฐบาลมีเจตนาต้องการเห็นระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นระบบสวัสดิการเพื่อคนไทยอย่างถ้วนหน้าและเท่าเทียม ต้องวิเคราะห์ให้ละเอียดรอบคอบ เพราะการแก้ครั้งนี้จะส่งผลต่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ” นายอภิวัฒน์กล่าว

          นายอภิวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักการของร่างกฎหมายฉบับแก้ไข เห็นชัดว่าไม่ได้แก้เพื่อพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพให้ครอบคลุมทุกคน ไม่ได้ลดความเหลื่อมล้ำจริง เห็นได้ชัดว่าในมาตรา 9 และ10 ในกม.เดิมที่แสดงเจตนาชัดเจนว่าต้องการให้เกิดการหลอมรวมระบบสุขภาพที่เหลื่อมล้ำอยู่ในปัจจุบันให้เป็นระบบเดียวแต่ผ่านมากว่า 15 ปีแล้วกลับยังไม่สามารถทำตามกฎหมายได้ ซึ่งการแก้กม.ครั้งนี้ควรต้องทำให้มาตราดังกล่าวเป็นจริงให้ได้ แต่ร่างกม.ฉบับนี้กลับไม่ทำ

          “การมายื่นจดหมายถึงรองนายกณรงค์ครั้งนี้ เรามีความปรารถนาดีที่ต้องการเข้าไปชี้แจงสิ่งที่เราเห็นด้วยและเห็นต่างต่อร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่ผ่านมาเราพยายามขอพบท่านหลายครั้งแต่ไม่เคยมีโอกาสพบท่านเลย เราอยากบอกท่านว่า กฎหมายนี้เป็นเพียงหลักยึดเดียวที่เป็นหลักประกันด้านสุขภาพ เป็นหัวใจของความมั่นคงในชีวิตของประชาชนกว่า 48 ล้านคนทั้งประเทศ ฉะนั้นเราเพียงขอโอกาสเข้าไปพบเพื่อชี้แจงสิ่งที่

          เรากังวล และข้อเสนอเพื่อทำให้ระบบยั่งยืนและครอบคลุมทุกคน ก่อนที่กฎหมายที่จะมีผลต่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจะถูกนำไปใช้” นายอภิวัฒน์กล่าว

          ทั้งนี้ กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ได้ยื่นจดหมาย ณ สำนักงานเลขาธิการ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยในจดหมายได้แนบความคิดเห็นของภาคประชาชนต่อร่างพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(ฉบับแก้ไข) พ.ศ. ... และเรียกร้องให้ พล.ร.อ.ณรงค์ เปิดโอกาสให้ผู้แทนประชาชน ผู้แทนโรงพยาบาลชุมชนที่จะได้รับผลกระทบ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการชี้แจง และอธิบายต่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ด้วย

32726

32723

พิมพ์ อีเมล

ผู้ติดเชื้อเอชไอวีลุ้นระทึก อีก 2 เดือนยาต้านไวรัสหมดประเทศ

khun apiwat

ผู้ติดเชื้อเอชไอวี 3 แสนชีวิต ลุ้นระทึก เหตุอีกไม่เกิน 2 เดือนยาต้านไวรัสจะหมดประเทศ แต่รัฐยังไม่ได้สั่งซื้อเพิ่ม ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ ตั้งคำถาม สตง.เขี่ย สปสช.ทิ้ง แล้วให้เปลี่ยนกลไกจัดซื้อที่ยุ่งยากกว่าเดิมทำไม

         นายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ แห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้เรากำลังอยู่ในภาวะที่ระบบสุขภาพกำลังสับสน คนไข้ที่กำลังอยู่ในระบบกำลังวังเวง โดยตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ผู้ติดเชื้อฯ เคยมีปัญหาการเข้าไม่ถึงยาต้านไวรัสและยาราคาแพง จากนั้นจึงมีการต่อสู้เรื่อยมาจนสามารถผลักดันให้ยาต้านไวรัสเข้าสู่ชุดสิทธิประโยชน์ของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ได้สำเร็จ

         อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังมีการปรับเปลี่ยนระบบการจัดซื้อยา โดยมอบหมายให้โรงพยาบาลราชวิถีทำหน้าที่แทนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คำถามก็คือจะเป็นการถอยหลังกับไปที่เดิมเมื่อ 30 ปีที่แล้วใช่หรือไม่

         นายอภิวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นศึกแย่งชิงอำนาจระหว่างผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) หรือ สปสช.ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมาก เพราะในเชิงยุทธศาสตร์แล้วควรจะร่วมกันทำงานเคียงบ่าเคียงใหล่กัน เพื่อช่วยกันสร้างระบบสุขภาพให้เป็นมาตรฐานเดียว ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

         นายอภิวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ติดเชื้อฯ ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว การเข้าถึงยาของผู้ป่วยกำลังมีปัญหา โดยที่ผ่านมาหน่วยบริการจะจ่ายยาต้านไวรัสให้ผู้ติดเชื้อฯ ครั้งละ 3-4 เดือน แต่ขณะนี้พบสัญญาณว่ายาต้านไวรัสกำลังจะขาดแคลนเนื่องจากยังไม่มีการสั่งซื้อ พบว่าหน่วยบริการเริ่มจ่ายยาให้ผู้ติดเชื้อฯ ครั้งละเพียง 1 เดือน หรือในบางแห่งถึงกับจ่ายเป็นรายสัปดาห์

         นอกจากนี้ ยังพบว่าจากเดิมที่ผู้ติดเชื้อจะได้รับยาสูตรรวมเม็ด ปัจจุบันยาดังกล่าวเริ่มขาดแคลนจนโรงพยาบาลต้องจ่ายให้เป็นยาสูตรแยกเม็ดแทน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อผู้ติดเชื้อฯ ขาดยาก็ไม่ได้เสียชีวิตทันที แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็คือจะเริ่มเกิดปัญหาเชื้อดื้อยา นำมาซึ่งภาระงบประมาณของประเทศมากยิ่งขึ้น

        “ทุกวันนี้เราใช้ยาที่ สปสช.จัดซื้อมาของปี 2560 อยู่ ซึ่งทราบมาว่ายาเหล่านั้นจะใช้ได้นานที่สุดก็ไม่เกินเดือน พ.ย.2560 จากนั้นยาต้านไวรัสก็จะหมดลง ขณะที่ผู้ป่วยก็ได้รับยาเป็นรายเดือนแล้ว ตรงนี้สะท้อนว่าระบบกำลังปั่นป่วน โรงพยาบาลก็ไม่สามารถเบิกยาได้” นายอภิวัฒน์ กล่าว

         นายอภิวัฒน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ผู้ป่วยรู้สึกวังเวงใจและเป็นกังวลอย่างมาก เนื่องจากจนถึงขณะนี้ซึ่งกำลังสิ้นสุดปีงบประมาณ 2560 กลับยังไม่มีการจัดซื้อยาเพิ่มเติม นั่นหมายความว่าหลังจากเดือน พ.ย.2560 ผู้ติดเชื้อฯ จะต้องหยุดยาใช่หรือไม่

         “พวกเราหยุดยาไม่ได้ พวกเราขาดยาไม่ได้ ตรงนี้สะท้อนว่าผู้ป่วยกำลังอยู่ในภาวะที่เหลือเวลาอีกแค่ 2 เดือน แต่เรายังมองไม่เห็นอนาคต เพราะยาหลายรายการได้หมดไปแล้ว ขณะที่ยาที่ต้องจัดซื้อในปี 2561 นั้นก็ยังไม่มีการจัดซื้อ ซึ่งดูเหมือนว่าเราตกขบวนไปแล้ว โอกาสขาดยาเป็นไปได้สูงมาก” นายอภิวัฒน์ กล่าว

        ประธานเครือข่ายฯ รายนี้ กล่าวอีกว่า การที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ชี้ว่า สปสช.ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่ในการต่อรองราคายาและจัดซื้อยารวมมาตลอดระยะเวลา 10 ปี อย่างไม่เคยมีปัญหานั้น ไม่มีอำนาจในดำเนินการ ก็ขอถามว่าเมื่อ สปสช.ไม่มีอำนาจ เหตุใดจึงไม่เพิ่มอำนาจให้ แต่กลับเลือกใช้กลไกใหม่ที่เพิ่มขั้นตอนให้ยุ่งยากกว่าเดิมหรือไม่

         “ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อที่รับยาต้านไวรัสอยู่ประมาณ 3 แสนคน ลองคิดดูว่าถ้าผู้ป่วย 3แสนคนต้องเดินไปโรงพยาบาล แล้วโรงพยาบาลไม่มียาให้เบิก นั่นก็หมายความว่าคนเหล่านั้นก็จะมีโอกาสมีเชื้อดื้อยา ระบบหลักประกันสุขภาพก็ต้องเพิ่มเม็ดเงินยิ่งขึ้น ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากกว่าเรื่องกฎหมาย” นายอภิวัฒน์ กล่าว

30 กันยายน 2560
สัมภาษณ์เพิ่มเติม นายอภิวัฒน์ กวางแก้ว
โทร. 086 8814679

พิมพ์ อีเมล

บทความใกล้เคียงกัน

Indy
ACCOT_MiniBanner
Banner Safethaibus
Inside
Kidney Friend Club Banner
Creditcard
Seacc
Banner Ci
จดหมายบอกเลิกสัญญา