Black Ribbon

เยือนเมืองขนมหวาน ! วอนผู้ว่าเมืองเพชรยื่นหนังสือถึง นายกตู่ ยุติแก้ก.ม.บัตรทอง ประชาชนต้องมีส่วนร่วม

press 130760 web03

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ 4 ภาค  ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และ กรุงเทพมหานคร  เดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้ยุติแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม

          วันนี้ (13 ก.ค.60) ณ ศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ 4 ภาค จำนวน 50 คน  นำโดย นายพงษภัทร หงส์สุขสวัสดิ์  น.ส.วิภารัตน์  พิพัฒน์เตชากร  ตัวแทนภาคตะวันตก นางอรกันยา  พุ่มพึ่ง  ตัวแทนภาคกลาง  นางชุลีพร  ด้วงฉิม  ตัวแทนกรุงเทพฯ และนางสุภาวดี วิเวก ตัวแทนภาคตะวันออก  เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ให้ยุติกระบวนการแก้ไขก.ม.บัตรทอง และเริ่มต้นใหม่โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ  เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าฯ เป็นผู้แทนรับหนังสือ

          นายพงษภัทร  หงส์สุขสวัสดิ์ ตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กล่าวว่า “การแก้กฎหมายหลักประกันในครั้งนี้มีผลกระทบกับประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อยู่ชายขอบที่ต้องรอพิสูจน์สถานะ และการให้ประชาชนร่วมจ่ายซึ่งอาจมีผลกระทบกับประชาชนในอนาคตได้ ควรจะหาข้อสรุปร่วมกันก่อนจึงจะแก้ไข ก.ม.และหวังว่ารัฐบาลจะนำข้อเรียกร้องของภาคประชาชนเป็นแนวทางแก้ไขด้วย”

          ด้าน นางชุลีพร  ด้วงฉิม  ตัวแทนกรุงเทพฯ  กล่าวว่า “การแก้ พ.ร.บ.ฉบับนี้หากแก้แล้วถอยหลังกลับไปแย่กว่าเดิมก็ไม่เป็นการดี อย่างที่ผ่านมา สปสช.เองก็บริหารจัดการได้เป็นอย่างดี สามารถประหยัดงบประมาณกว่า 53,000 ล้านบาท  ดังนั้นอยากให้มีการทบทวนเรื่องการแก้ก.ม.บัตรทองครั้งนี้ด้วย”

          ด้าน นางสาววิภารัตน์ พิพัฒน์เตชากร ตัวแทนภาคตะวันตก กล่าวว่า “ที่มาวันนี้อยากเป็นเสียงหนึ่งของพลเมืองในประเทศ อยากวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยส่งเสียงไปยังรัฐบาล หากจะมีการแก้ ก.ม.บัตรทอง ควรจะมีการทบทวนให้มาก อาจจะต้องค่อยๆ ไปช้าๆ คุยกันให้ตกผลึกทั้งในภาคประชาชนและรัฐบาล ใน 14 ประเด็น ซึ่งแท้จริงภาคประชาชนไม่ได้ค้านหมดทุกประเด็น เพียงแต่อยากให้มีเวลาในการแก้ไขให้มากขึ้นกว่านี้ ทบทวนกันให้มากขึ้น เพื่อประโยชน์ของประชาชน”

          ด้าน นายณัฐวุฒิ  พรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า “เข้าใจและเห็นใจทุกคนที่พยายามแก้ไขปัญหานี้ ตนเองทำงานที่ต้องดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้อง ก็อยากให้มีการปฎิรูประบบสาธารณสุขเหมือนกัน ซึ่งเป็นปัญหาโครงสร้างของสาธารณสุขที่ไม่ได้ออกแบบให้การบริหารจัดการตรงกับปัญหาของประเทศเท่าที่ควร  ซึ่งอยากให้มีการปฎิรูปกระทรวงสาธารณสุข ช่วงนี้การออกกฎหมายเป็นไปอย่างรวดเร็ว อาจมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนจำนวนมาก อย่างไรจะนำสิ่งที่พี่น้องมาสะท้อนในวันนี้ยื่นไปยังนายกรัฐมนตรีภายในเวลาที่รวดเร็ว”

          ทั้งนี้กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ 4 ภาค ยังคงยืนยันจุดยืนและเรียกร้อง ข้อเสนอเดิม คือ

1. ขอเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลความเห็นในการแก้ไขกฎหมายที่ยังมีความเห็นต่างต่อสาธารณะและกระบวนการที่เป็นกลาง โปร่งใส ให้ทุกฝ่ายได้เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเสมอภาค

2. ขอเรียกร้องให้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช. ออกมาแถลงชี้แจง แสดงความรับผิดชอบยอมรับต่อผลที่จะตามมาจากการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ ไม่ว่าผลที่เกิดขึ้นหลังจากการแก้ไขครั้งนี้จะเป็นอย่างไร

3. ขอเรียกร้องให้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร แต่งตั้งคณะทำงานที่น่าเชื่อถือ เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการติดตามผลการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจากการแก้กฏหมายครั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อการแก้ไขกฎหมาย แม้ว่าท่านจะไม่ใช่ผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนก็ตาม

 press 130760 web04

press 130760 web02

press 130760 web01

 

พิมพ์อีเมล

เครือข่ายผู้ป่วยย้ำ แก้ กม.บัตรทองครั้งนี้ ทำประชาชนเสียประโยชน์

press 15062560 003 web

นายธนพลธ์ ดอกแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ป่วย Healthy Forum ให้ความเห็นว่า ร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการแก้ไขกฎหมายชุดที่ รมว.สาธารณสุขเป็นผู้แต่งตั้งนั้น มีหลายประเด็นที่จะทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ คือ

1. การปรับแก้ไม่ให้มีการจ่ายเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้องค์กรเอกชนเพื่อมีส่วนร่วมในการจัดบริการสาธารณสุข ตรงนี้มีบางกลุ่มเข้าใจผิดว่าเป็นการจ่ายเงินให้เอ็นจีโอ และให้ข้อมูลมั่วว่า ที่ออกมาโวยวายเป็นเพราะเอ็นจีโอเสียประโยชน์ ซึ่งแสดงถึงความไม่รู้เรื่อง และมีความคิดคับแคบว่าการจัดบริการสาธารณสุขเป็นเรื่องของโรงพยาบาลและบุคลากรสาธารณสุขเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว องค์การอนามัยโลกส่งเสริมให้องค์กรเอกชนเข้ามาร่วมจัดบริการสาธารณสุขด้วย เพราะเล็งเห็นประโยชน์สำคัญว่า สุขภาพเป็นเรื่องของประชาชน ผู้ป่วยและผู้ให้บริการต้องมีส่วนร่วม ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงจะมีประสิทธิภาพ ที่เห็นชัดเจนคือการที่ไทยเป็นประเทศแรกของโลกที่ได้รับรางวัลความร่วมมือจัดบริการเอดส์ระหว่างเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีและภาครัฐ และเป็นต้นแบบที่หลายประเทศทำตาม

“สุขภาพเป็นเรื่องของประชาชน กฎหมายหลักประกันสุขภาพของเดิมส่งเสริมตรงนี้ และทำได้ดีด้วย เกิดการทำงานเป็นรูปธรรม คือ เครือข่ายผู้ป่วยที่ร่วมมือกับภาครัฐ ทำให้งานรักษาโรคและป้องกันเดินหน้าได้ดี แต่มีคนบางกลุ่มเข้าใจผิดและเอาไปบิดเบือน ตัดการมีส่วนร่วมของประชาชน ทำให้เรื่องสุขภาพอยู่ในมือรัฐอย่างเดียว แบบนี้ทำไม่ถูก ถ้ายังยืนยันว่าจะแก้ตามนี้ ไม่ฟังเสียท้วงติงจากประชาชน ประสิทธิภาพการให้บริการถดถอยลงแน่นอน”

นายธนพลธ์ ดอกแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ป่วย Healthy Forum

 

นายธนพลธ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 2 คือการปรับสัดส่วนบอร์ดบัตรทองและบอร์ดควบคุมคุณภาพ เพิ่มตัวแทนผู้ให้บริการมากขึ้น ทำให้บอร์ดกลายเป็นตัวแทนผู้ให้บริการ ขณะที่ฝั่งตัวแทนประชาชนมีน้อยกว่า เป็นสัดส่วนบอร์ดที่ไม่สมดุลกัน ขัดเจตนารมณ์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าชัดเจน หากสัดส่วนบอร์ดเป็นตามนี้จะเกิดเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนในส่วนผู้ให้บริการ การพิจารณาต่างๆ ก็ยึดอยู่ในฐานคิดว่าหน่วยบริการจะต้องไม่เสียประโยชน์ ถ้าหน่วยบริการไม่เสียประโยชน์ก็เท่ากับว่าประชาชนเสียประโยชน์แทน ทั้งที่งบประมาณที่ใช้มาจากภาษีประชาชนเพื่อให้รัฐจัดบริการสาธารณะที่ดีให้ประชาชน

นายธนพลธ์ กล่าวว่า อีกข้อที่คณะกรรมการแก้ไขกฎหมายบัตรทองชุดนี้จงใจละเลยไม่ดำเนินการ คือ แก้กฎหมายให้ สปสช.สามารถทำหน้าที่จัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ได้ เรื่องนี้ประหลาดมาก สตง. และ คตร.ที่ก่อนหน้านี้ตรวจสอบ สปสช.เรื่องการจัดซื้อยาก็บอกเองว่าเป็นการดำเนินการที่มีประโยชน์ แต่กฎหมายไม่ให้อำนาจทำได้ จนภายหลัง คตร.ต้องออกหนังสือให้ สปสช.ทำได้ เพราะไม่เช่นนั้นจะกระทบผู้ป่วยที่เคยได้รับยา ในเมื่อแก้ไขกฎหมายก็ควรจะเดินหน้าเรื่องนี้ เพราะผู้ป่วยได้ประโยชน์จริงๆ แต่กลับไม่ทำ

“หน่วยงานรัฐพูดซ้ำๆ ย้ำๆ ว่าประชาชนไม่เสียประโยชน์แน่ ทุกอย่างเหมือนเดิม แต่ที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ชัดเจน เราส่งเสียงเพื่อให้พวกท่านแก้ไข แต่ก็ยังคงเดินหน้าเหมือนเดิม แบบนี้จะให้เชื่อใจได้อย่างไร แล้วหน่วยงานตรวจสอบก็ประหลาดมาก เรื่องที่มีประโยชน์ แม้กฎหมายไม่ได้บอกชัดเจนให้ทำได้ ก็เป็นเรื่องที่ควรทำเพื่อประชาชนและทำถูกตามระเบียบทุกอย่าง แต่กลับเป็นว่าถ้ากฎหมายไม่ให้ทำ ก็ไม่ต้องทำ ทั้งๆ ที่พิสูจน์ชัดเจนว่ามีประโยชน์ เมื่อแก้กฎหมายก็ยังไม่แก้เรื่องนี้อีก ทุกอย่างมันชัดเจนว่าแก้กฎหมายบัตรทองครั้งนี้ลิดรอนสิทธิประชาชนอย่างมาก” นายธนพลธ์ กล่าว

....................

พิมพ์อีเมล

บทความใกล้เคียงกัน

Banner Food
Banner Safethaibus
Creditcard
Indy
Inside
Union
จดหมายบอกเลิกสัญญา
Seacc
Banner Ci