บริการสุขภาพ

เครือข่ายผู้ป่วยจี้แก้ร่าง กม. คุ้มครองผู้เสียหาย


น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค พร้อมด้วย นางปรียานันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ได้เข้าพบนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไข  ร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในระบบบริการสาธารณสุข พ.ศ. ...  ที่ได้ผ่านการพิจารณาจากทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ เพื่อนำเสนอไปยังสภาผู้แทนราษฎร์

กฎหมายฉบับดังกล่าวเป็นกฎหมายที่ทางเครือข่ายภาคประชาชนผู้มีสิทธิเข้าชื่อเพื่อเสนอให้มีการคุ้มครอบผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข เพื่อมีเป้าหมายสำคัญในการชดเชยผู้เสียหายจากระบบบริการสาธารณสุข ลดการฟ้องร้องระว่างแพทย์และคนไข้ รวมทั้งพัฒนาคุณภาพมาตรฐานระบบบริการสาธารณสุขในประเทศไทย แต่ที่ผ่านมา ในการพิจารณาของกฤษฎีกากลับมีการแก้ไขในประเด็นที่เป็นสาระสำคัญของกฎหมาย โดยเป็นไปตามที่ตัวแทนกระทรวงสาธารณสุขนำเสนอ ซึ่งทางเครือข่ายภาคประชาชนไม่เห็นด้วย และควรมีการแก้ไขก่อนที่จะนำบรรจุเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร์ ทั้งในเรื่องชื่อกฎหมายที่ถูกเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เสนอให้ใช้ชื่อ “ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับริการสาธารณสุข พ.ศ. ... ” ทั้งที่เป็นเจตนารมณ์หลักของกฎหมาย การ

กำหนดให้สำนักงานสังกัดอยู่ภายใต้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งพวกเราไม่เห็นด้วย เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานที่ดูแลแพทย์ ย่อมต้องเข้าข้างแพทย์ด้วยกัน และที่ผ่านมากรมสนับสนุนบริการสุขภาพก็มีปัญหากับผู้เสียหายและผู้ป่วยมาโดยตลอด โดยเห็นควรให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นผู้ดูแล เนื่องจากเป็นผู้ดูแลมาตรา 41 ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่มีการเยียวยาผู้ป่วยอยู่แล้ว นอกจากนี้ขอให้มีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการจ่ายเงินชดเชยความเสียหาย เพราะมีการเพิ่มสัดส่วนของผู้ประกอบวิชาชีพเพิ่มขึ้นจากเดิม จึงเกรงว่าจะเป็นปัญหาและอาจส่งผลไม่ให้ผู้ป่วยที่เสียหายได้รับความช่วยเหลืออย่างแท้จริง

นางปรียานันท กล่าวว่า นอกจากนี้ขอให้รัฐมนตรีช่วยแก้ไขปัญหาการขอเวชระเบียนเพราะเป็นปัญหาอย่างมาก เพราะทุกครั้งที่มีปัญหาจากการรักษาเกิดขึ้น ทางโรงพยาบาลมักจะไม่ให้เวชระเบียนตามที่มีการร้องขอทั้งที่เป็นสิทธิของผู้ป่วยเอง ซ้ำยังมีการแก้ไขและเขียนขึ้นใหม่ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อโรงพยาบาลเอง ทำให้ผู้ป่วยเสียเปรียบมาก ซึ่งตั้งแต่เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์รวมตัวก่อตั้งมา 7 ปี ยังไม่เคยมีรัฐมนตรีที่รับปากและทำสำเร็จ จึงหวังว่าจะช่วยในเรื่องนี้ได้

พิมพ์ อีเมล

บทความใกล้เคียงกัน